หน้าแรก » เกร็ดความรู้ทั่วไป (page 2)

เกร็ดความรู้ทั่วไป

ห้อยพระประจําวันเกิดอย่างไรให้ถูกโฉลก เสริมดวงชะตาและโชคลาภ

ห้อยพระประจําวันเกิดอย่างไรให้ถูกโฉลก เสริมดวงชะตาและโชคลาภ

วิธีหาสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจของผู้ที่นับถือศาสนาพุทธที่นึกถึงได้เป็นอันดับแรกคือ การห้อยพระ ซึ่งชาวพุทธเชื่อว่าจะทำให้มีสิ่งศักดิ์สิทธิ์คอยปกป้องคุ้มครอง เสริมดวงชะตา ทำให้แคล้วคลาดปลอดภัย ปรับร้ายกลายเป็นดี การห้อยพระให้ถูกโฉลกเป็นความเชื่อที่มีมาแต่โบราณ โดยเฉพาะการห้อยพระตามวันเกิด ดังนี้ ผู้ที่เกิดวันจันทร์ ควรห้อยพระที่ช่วยเสริมบารมีในเรื่องของอำนาจ เช่น พระกรุวัดราชบูรณะ จังหวัดอยุธยา , พระเชตุพน จังหวัดสุโขทัย ผู้ที่เกิดวันอังคาร ควรห้อยพระที่ช่วยให้จิตใจเยือกเย็น มีสมาธิ เป็นพระเนื้อผงในตระกูลสมเด็จ เช่น พระสมเด็จวัดระฆัง , พระสมเด็จวัดเกศไชโย ผู้ที่เกิดวันพุธ แบ่งเป็นวันพุธตอนกลางวัน ควรห้อยพระที่ช่วยส่งเสริมความก้าวหน้าเป็นพระประเภทปางลีลา เช่น พระกำแพงเพชรลีลา ส่วนผู้ที่เกิดวันพุธตอนกลางคืนควรห้อยพระเครื่องที่มีพลังศักดิ์สิทธิ์มาก เช่น พระพุทธโสธร ผู้ที่เกิดวันพฤหัสบดี ควรห้อยพระที่ช่วยเสริมดวงวาสนา ให้หาพระพิมพ์ในพิมพ์ปางเปิดโลก เป็นพระแห่งปัญญา เช่น พระร่วงเปิดโลกพิมพ์เม็ดทองหลาง จังหวัดกำแพงเพชร ผู้ที่เกิดวันศุกร์ ควรห้อยพระที่ช่วยเตือนสติไม่ให้หลงในสิ่งต่างๆ เช่น พระปิดตาของหลวงปู่โต๊ะ วัดประดู่ฉิมพลี ผู้ที่เกิดวันเสาร์ ควรห้อยพระที่ทำจากว่านเพราะบริสุทธิ์จากธรรมชาติ เช่น พระว่านจำปาศักดิ์ ประเทศลาว , พระว่านหลวงปู่ทวดวัดช้างไห้ จังหวัดปัตตานี ผู้ที่เกิดวันอาทิตย์ ควรห้อยพระที่ส่งเสริมด้านความร่มเย็น เช่น พระกริ่งคลองตะเคียน จังหวัดอยุธยา , พระรอดลำพูน …

อ่านต่อ »
วิธีไล่และกำจัดแมลงวันแบบธรรมชาติ กับดักแมลงวันขั้นเทพ เห็นผลแน่นอน

วิธีไล่และกำจัดแมลงวันแบบธรรมชาติ กับดักแมลงวันขั้นเทพ เห็นผลแน่นอน

หลายๆคนนั้นมักจะเคยมีปัญหากวนใจกันอยู่อย่างสม่ำเสมอเลยทีเดียว ในเรื่องของการที่มีสัตว์ที่ไม่พึงประสงค์ แน่นอนว่าคุณต้องจำเป็นอย่างมาก ในเรื่องของการที่คุณจะหาวิธีในการกำจัดสัตว์หล่านี้ โดยเฉพาะแมลงวัน ซึ่งเป็นสัตว์ที่สามารถทำให้เราเรารำคาญได้อยู่ตลอดเวลา เพราะฉะนั้นคุณจึงจำเป็นอย่างมากเลยที่คุณจะต้องหาวิธีในการแก้ไขปัญหา ซึ่งก็คือวิธีการกำจัดแมลงวันนั่นเอง โดยสามารถที่จะทำตามวิธีต่างๆได้แบบง่ายๆ ดังนี้ น้ำเชื่อมผสมพริกไทย ส่วนผสมที่สามารถหาได้ง่ายๆ ซึ่งก็คือการใช้น้ำเชื่อม และพริกไทย เพราะทุกๆบ้านมีความจำเป็นต้องใช้ในทุกๆบ้านกันอยู่แล้ว สำหรับวิธีที่จะทำกัน นั่นก็คือต้องเลือกน้ำเชื่อมที่มีความเข้มข้นสูง หรือจะเรียกได้ว่ามีความเหนียวมาก หลังจากนั้นให้คุณนำมาผสมกับพริกไทย เมื่อผสมจนเข้าที่เรียบร้อยแล้ว ให้คุณนำใส่ภาชนะหรือสิ่งที่ต้องการ แล้วนำไปวางไว้ในพื้นที่หรือบริเวณที่มีแมลงวันอยู่มาก และเมื่อแมลงวันบินมากเกาะก็จะไม่สามารถที่จะบินหนีออกไปไหนได้อีก เนื่องจากว่าน้ำเชื่อมนั้นมความเหนียวมากและรั้งขาแมลงวันเอาไว้ น้ำยาล้างจานและน้ำ เป็นอีกหนึ่งวิธีที่สามรถที่จะทำได้ง่ายๆจากอุปกรณ์ภายในบ้าน โดยสำหรับปริมาณที่คุณจะใช้ก็คือน้ำและน้ำยาล้างจาน อย่างละ 1 ส่วน หลังจากนั้นก็ให้คุณนำทั้งสองส่วนมาทำการผสมให้เข้ากัน และเมื่อหลังจากที่คุณได้ทำการผสมกันเรียบร้อยให้คุณนำไปใส่ที่พ่น ฟ้อกกี้ หรือภาชนะที่เตรียมไว้ โดยในส่วนของการพ่นให้คุณไปพ่นบริเวณที่มีแมลงวันเยอะๆ หรือพ่นในช่วงที่มีแมลงวันชุม  โดยเมื่อพ่นโดนตัวแมลงวัน ก็จะทำให้แมลงวันหายใจไม่ออก และสามารถทำให้แมลงวันตายได้ ซึ่งถ้าหากว่าไม่ต้องการให้ถึงกับตาย แนะนำว่าพ่นให้เป็นละอองเล็กๆ  ซึ่งเว้นระยะห่างออกไปแต่อาจะต้องพ่นให้เยอะ ซึ่งวิธีนี้ก็จะสามารถทำให้แมลงวันที่อยู่รอบๆบ้านเข็ดไปได้เลยนั่นเอง เพราะฉะนั้นแล้วถ้าหากว่าคุณกำลังมีปัญหาแมลงวันมารบกวนจิตใจอยู่แล้วละก็ บอกได้เลยว่าในเรื่องนี้ถือเป็นอะไรที่น่ารำคาญเป็นอย่างมาก  เพราะอย่างที่หลายๆคนนั้นรู้กันดีว่า แมลงวันจัดเป็นพาหะนำโรคชั้นดี เพราะแมลงวันมักจะไปเกาะ ไปตอม สิ่งต่างๆที่สกปรกมาก่อน ดังนั้นคุณนั้นจึงจำเป็นอย่างมากที่จะต้องระมัดระวังไม่ให้แมลงวันมาคอยรบกวน และสำหรับวิธีกำจัดแมลงวันก็บอกได้เลยว่า ง่ายเป็นอย่างมากเลยทีเดียวในการที่คุณจะใช้เพื่อกำจัดแมลงวัน นอกจากนี้แล้วสำหรับส่วนผสมที่จะใช้ในแต่ละวิธีก็ง่ายดายเช่นเดียวกัน ที่สำคัญยังช่วยในการประหยัดค่าใช้จ่ายที่คุณจะต้องเสีย เพื่อใช้ในการกำจัดแมลงวัน เพราะแต่ละอย่างนั้นเป็นสิ่งที่คุณสามารถหาได้ง่ายๆภายในบ้านของคุณนั่นเอง

อ่านต่อ »

5 วิธีพิสูจน์หยกแท้-หยกเทียม ลักษณะของหยกที่ดีต้องดูอย่างไร

หยกเป็นแร่ธาตุที่มีราคาสูง และนิยมใช้ทำเป็นเครื่องประดับและข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ เช่น กำไร แหวน หรือแม้พระพุทธรูปนั้นก็มีไม่น้อยที่สร้างจากหยก ความที่มันเป็นแร่ที่หายากและราคาแพงนี้เอง จึงมีผู้คิดค้นการทำเลียนแบบขึ้นจากวัสดุต่างๆ ซึ่งด้วยเทคโนโลยีปัจจุบันนี้ก็ช่วยให้มิจฉาชีพพวกนี้สามารถทำหยกปลอมได้ง่ายขึ้น แต่การจะสังเกตว่าอันไหนเป็นหยกปลอมหรือหยกแท้นั้น ก็ไม่ใช่ว่าไม่มีทางเอาเสียเลย เพียงแต่ต้องอาศัยไหวพริบและความเคยชินกันสักหน่อยครับ วิธีทดสอบหยกแท้-หยกเทียม เคาะหยกเพื่อฟังเสียง นำหยกมาเคาะกันดู หากเป็นหยกแท้นั้นจะมีเสียงดังกังวานเสนาะหู แต่ถ้าเป็นหยกปลอมนั้นจะออกเสียงทึบๆ ไม่ใสเท่าที่ควร ข้อแนะนำสำหรับวิธีนี้คือ ไม่ควรเคาะแรงจนเกินไป เพราะอาจทำให้เนื้อหยกนั้นแตกหรือบิ่นได้ รู้สึกเย็นเมื่อสัมผัส ธรรมชาติของหยกนั้นมักจะมีเนื้อสัมผัสที่เย็น ดังนั้นเมื่อต้องการพิสูจน์ว่าเป็นหยกแท้หรือไม่ ควรนำมาวางไว้ในมือหรือกำไว้สักครู่ หากเนื้อหยกมีสัมผัสที่ไม่เย็น ให้ตีไว้ก่อนว่าเป็นของปลอม แต่วิธีนี้ก็ไม่แม่นยำเท่าไหร่นัก เพราะหยกก็คือหิน ที่สามารถเก็บความเย็นจากอุณหภูมิรอบตัวได้เท่านั้นเอง ใช้แสงไฟพิสูจน์ ให้นำหยกขึ้นส่องดูกับไฟ ซึ่งโดยธรรมชาติเนื้อหยกจะดูใสและสามารถส่องผ่านทะลุโดยแสงไฟได้ แต่ของปลอมส่วนมากนั้นเนื้อจะทึบ ไฟที่ส่องผ่านนั้น ไม่สามารถทะลุได้ แต่ในสมัยนี้มีกรรมวิธีการปลอมแปลงที่เหนือชั้นมากขึ้น หยกปลอมบางชิ้นอาจจะมีลักษณะโปร่งแสง ให้ดูด้วยการใช้กล้องส่องพลอยจะสามารถมองเห็นเนื้อหยกได้ชัดมาก และเปรียบเทียบได้ง่ายขึ้น ทดสอบกับกระจก นำหยกไปขูดกับกระจก ทั้งนี้เนื้อหยกนั้นจะมีลักษณะแข็งมาก ให้ทดลองดูว่านำไปขูดกับกระจกแล้วจะเป็นรอยหรือไม่ ถ้าเป็นแสดงว่าหยกแท้ แต่ถ้าไม่มีรอยหรือเกิดรอยไม่สม่ำเสมอนั้น ให้ตีความว่าเป็นหยกปลอมได้เลย แต่ข้อควรระวัง ไม่ควรขูดแรงจนเกินไป เพราะกระจกจะแตกได้ ทดสอบกับเส้นผม นำเส้นผมมาพันกับหยก แล้วจุดไฟลนที่หยก วิธีนี้ฮิตกันมากครับ เพราะสามารถทำได้ง่ายและร้านขายหยกส่วนใหญ่นั้นยอมให้ทดลองด้วยวิธีนี้ได้ ซึ่งถ้าลนไฟแล้วหยกร้อนขึ้น แต่เส้นผมไม่เป็นอะไร นี่คือหยกแท้ แต่ถ้าเส้นผมเกินไหม้ให้ตีความว่าหยกปลอมได้เลย ทั้งนี้วิธีการที่จะดูหยกแท้หรือปลอมนั้น …

อ่านต่อ »

5 เคล็ดลับ วิธีดูพระแท้ ไม่แท้ ปลอม ไม่ปลอม หลักการเบื้องต้นสำหรับมือใหม่

พระเครื่องนั้น ถือเป็นสินค้าประเภทพุทธพาณิชย์ที่มีมูลค่าสูง และประเทศไทยเรานั้นมีตลาดค้าพระเครื่องที่ใหญ่ที่สุดในโลกซึ่งเมื่อเป็นสินค้าที่มีมูลค่าสูง จึงมักมีคนทำพระปลอมเลียนแบบออกมาขายมากมาย และวิธีการดูพระแท้นั้น ไม่มีทฤษฎีไหนที่ได้ผลแบบ 100 เปอร์เซ็นต์ซะด้วยครับ ดังนั้นจึงเป็นเรื่องที่ยุ่งยากอยู่เหมือนกันสำหรับการจะซื้อพระแต่ละครั้ง แต่ก็พอมีคำแนะนำที่รวบรวมจากเซียนพระหลายๆ คนมาบอกกล่าวกันครับ 1. ศึกษาประวัติศาสตร์ต่างๆ ของการสร้างพระองค์นั้นๆ อย่างดี เช่น สร้างขึ้นเมื่อไหร่ โดยใคร เป็นเนื้อแบบไหน สร้างกี่องค์ มีจุดเด่นหรือจุดตำหนิอะไรบ้าง วิธีนี้เป็นวิธีที่ได้ผลมากที่สุด เพราะพระปลอมนั้นมักจะทำออกมาได้ไม่เหมือนพระจริง 100 เปอร์เซ็นต์หรอกครับ ต้องมีจุดที่แตกต่างให้สามารถดูออกหรือจับผิดกันทั้งนั้น ยิ่งเป็นคนที่รู้ประวัติของพระองค์นั้นๆ มาแล้วเป็นอย่างดี ยิ่งไม่มีทางหลอกย้อมแมวขายได้ 2. เทียบดูกับพระองค์จริง วิธีนี้เหมาะสำหรับผู้ที่มีพระองค์จริงอยู่ในครอบครอง เพราะสามารถหยิบมาเปรียบเทียบกันได้โดยตรง ว่ามีส่วนไหนที่แตกต่างกันออกไปบ้าง หรือหากใครที่ไม่มีองค์พระจริงให้เทียบดูได้ แนะนำให้ดูจากภาพถ่ายตามนิตยสารพระครับ เพราะจะมีการซูมถ่ายให้เห็นกันทุกซอกทุกมุมเลยทีเดียว 3. สอบถามข้อมูลจากผู้เชี่ยวชาญ หรือเซียนพระ ซึ่งคนพวกนี้มันจะมีข้อมูล หรือกลเม็ดเคล็ดลับอะไรที่เราไม่ค่อยรู้ หรือไม่เคยรู้ ดังนั้นการขอข้อมูลจากผู้เชี่ยวชาญ ก็เป็นอีกวิธีหนึ่งในการดูพระครับ 4. ต้องเตือนตัวเองอยู่เสมอว่า พระแท้นั้นมักไม่ค่อยมีราคาถูกนัก โดยเฉพาะพระดังๆ อย่างเช่น พระสมเด็จ พระนางพญา พระผงสุพรรณ ซึ่งปกติดแล้วพระเหล่านี้มักมีราคาสูงมาก เมื่อท่านพบเห็นพระประเภทนี้ปล่อยให้เช่า แต่ราคาถูกมาก ให้คิดไว้ก่อนเลยว่าอาจเป็นพระปลอม ทางที่ดีให้ตรวจดูรายละเอียด เนื้อพระ ปีที่สร้าง …

อ่านต่อ »

ข้อแนะนำเมื่อทำแผ่นป้ายทะเบียนรถหาย ต้องทําอย่างไรก่อนเป็นอันดับแรก

ป้ายทะเบียนรถ ถือว่าเป็นส่วนที่สำคัญสำหรับผู้ขับขี่รถทุกประเภทก็ว่าได้ ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์ รถมอเตอร์ไซต์ เพราะเจ้าป้ายทะเบียนนี้คือตัวที่บอกว่าใครเป็นเจ้าของรถ ทะเบียนรถนี้ปกติมักจะติดอยู่กับตัวรถ แต่ก็มีบ้างเหมือนกันที่มันหลุดหายไป ซึ่งก็เป็นได้จากหลายๆ สาเหตุ เช่น อุบัติเหตุทำให้ป้ายหลุด หรือตัวยึดป้ายนั้นเกิดสนิมและทำให้ตัวป้ายหลุดออกไปเอง (กรณีนี้พบเยอะมากเมื่อเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ปี 2554) และหลายคนอาจจะสงสัยว่า เมื่อทะเบียนรถของเราหายไปแล้ว จะสามารถทำอย่างไรได้บ้าง วันนี้เรามีข้อแนะนำมาฝากกันครับ 1. มองหาดูรอบๆ ก่อน เป็นวิธีการแรกที่แนะนำ เพราะเจ้าป้ายที่ว่านี้เมื่อมันหลุดออกมันคงไม่ลอยหายไปไหนไกลๆ แน่ (ยกเว้นกรณีที่เจ้าของไม่รู้ว่ามันหลุดหายและขับรถออกมาจากบริเวณนั้น) ดังนั้นให้ลองมองหาดูรอบๆ บริเวณก่อน เผื่อว่ามันจะหลุดหล่น หรือตกอยู่บริเวณนั้น 2. แจ้งความ หากหาไม่เจอจริงๆ ให้รีบไปที่โรงพักใกล้บ้านแล้วแจ้งความเป็นบันทึกประจำวันเอาไว้ แนะนำว่าอย่าลืมนำเอาเอกสารประจำตัวต่างๆ ของคุณติดตัวไปด้วยและที่สำคัญห้ามลืม กท. รถของตนเป็นอันขาด เพราะเจ้าหน้าที่จะได้รู้ว่าตัวอักษรและเลขทะเบียนรถของคุณนั้นเป็นตัวอะไร และเมื่อเสร็จสิ้นขั้นตอนกระบวนการแจ้งความแล้ว ต้องเสียค่าแจ้งความ 20 บาทเท่านั้น 3. เมื่อเสร็จสิ้นกระบวนการแจ้งความแล้ว ให้เข้าสู่กระบวนการขอป้ายใหม่ภายในเวลาไม่เกิน 15 วันนับแต่แจ้งความ ซึ่งการขอป้ายใหม่นี้สามารถแบ่งออกได้เป็นสองแบบดังต่อไปนี้ – หากเป็นรถที่ยังผ่อนอยู่นั้น เจ้าของรถที่แท้จริงคือไฟแนนซ์ ให้เรารีบติดต่อไปยังไฟแนนซ์ของเราโดยทันที เพื่อแจ้งให้เจ้าหน้าที่ของไฟแนนซ์รับทราบว่าป้ายทะเบียนรถหาย จากนั้นเจ้าหน้าที่ของไฟแนนซ์จะดำเนินเรื่องทั้งหมดให้ แต่ต้องมีค่าใช้จ่ายตามที่ไฟแนนซ์กำหนด ซึ่งส่วนนี้สามารถสอบถามได้โดยตรงกับไฟแนนซ์ครับ – หากเป็นรถที่ผ่อนหมดแล้ว หรืออีกนัยหนึ่งนั้นรถเป็นของคุณโดยสมบูรณ์ ให้ติดต่อไปที่ขนส่งจังหวัดที่เราใช้ป้ายทะเบียนนั้นๆ …

อ่านต่อ »