หน้าแรก » เกร็ดความรู้ทั่วไป (page 6)

เกร็ดความรู้ทั่วไป

อาการและวิธีรักษาเมื่อโดนตะขาบกัด ทำอย่างไรให้หายปวด

อาการและวิธีรักษาเมื่อโดนตะขาบกัด ทำอย่างไรให้หายปวด

เรื่องมันเริ่มขึ้นจากความซวยชนิดหาที่เปรียบไม่ได้ของผมเองนั่นแหละ วันนั้นเป็นวันที่อากาศเย็นสบายพื้นดินกำลังนุ่มและเย็นสบาย ผมตัดสินใจที่จะลงไปดูไก่ในเล้าใต้ถุนบ้านสักหน่อย ระหว่างที่กำลังเดินไปเดินมาหาไก่ผมรู้สึกถึงความเจ็บปวดแล่นแปล็บจากฝ่าเท้า พอยกขึ้นมาดูล่ะ โอ้เจ้าประคุณเอ๋ย! ตะขาบตัวเกือบเท่าฝ่าเท้ากำลังดิ้นไปมาเหมือนไส้เดือน เพียงแค่ว่าไส้เดือนตัวนี้มีขายุบยั่บและตัวเป็นปล้องแข็งนั่นแหละ แล้วตอนนี้มันเพิ่งจะกัดผมสดๆร้อนๆไปเองด้วย ผมไม่เคยถูกตะขาบกัดมาก่อนในชีวิตและไม่เคยหวังที่จะถูกด้วย แต่ในเมื่อตอนนี้ความซวยเข้ามาเยือนถึงฝ่าเท้าของผมแล้ว และดูท่าว่ามันกำลังจะเริ่มคืบคลานขึ้นไปเรื่อยๆบนขาข้างที่ถูกกัด ผมกัดฟันลากขาที่กำลังเริ่มปวดหนึบๆขึ้นไปบนบ้านเพื่อที่จะหาทางรักษาตัวเอง เมื่อถึงบนพื้นบ้านและรู้สึกว่าปลอดภัยดีแล้ว ผมจึงเริ่มตรวจตราแผลของผมดู พบว่ามีอาการดังนี้ มีรอยกัดสองรอยอยู่ตรงฝ่าเท้าของผม และตอนนี้มันกำลังเริ่มบวมเป่งและเจ็บอย่าบอกใครแล้วด้วย นอกเหนือไปจากอาการบวมอย่างน่าตกใจนั่นแล้ว ผมเริ่มรู้สึกวิงเวียนศรีษะนิดหน่อย หวั่นๆอยู่เหมือนกันว่าจะมีอาการแพ้ตะขาบหรือเปล่า ผมเคยอ่านมา เขาบอกว่าอาการที่เกิดขึ้นจากผู้ที่ถูกกัดมีได้หลากหลายมาก นอกเหนือไปจากอาการ “พื้นๆ” ที่ผมมีแล้ว ผู้ที่ถูกกัดสามารถที่จะมีอาการแบบลมพิษ (แสดงว่าอาจแพ้พิษของแมลงนั้นๆ) ผื่นไปทั้งตัว หรือในบางรายที่มีอาการรุนแรง จะมีไข้ ปวดศีรษะ คลื่นไส้ ใจสั่น และบริเวณแผลที่ถูกกัดเน่า ตอนนี้แผลของผมเริ่มคันแล้ว ศูนย์อนามัยที่ใกล้ที่สุดกับบ้านของผม ใช้เวลาเดินเท้าร่วม 20 นาทีได้ วิธีการที่ดีที่สุดที่ผมจะทำในตอนนี้ได้คือ ต้องหาทางเยียวยาแผลด้วยตัวเองก่อน ผมเริ่มคิดถึง การปฐมพยาบาลขั้นพื้นฐานเมื่อถูกแมลงกัดต่อย แล้วผมก็เริ่มจัดการกับตัวเองด้วยวิธีรักษาตะขาบกัด ดังนี้ พยายามห้อยส่วนบริเวณที่ถูกกัดให้อยู่ระดับต่ำ หรือใช้สายรัดเหนือรอยแผล เพื่อกันพิษของตะขาบกระจายเข้าสู่ร่างกาย จัดการล้างแผลในบริเวณที่โดนกัด (ซึ่งตอนนี้กำลังเริ่มกลายเป็นสีม่วงแล้ว) ด้วยน้ำเปล่ากับสบู่ จากความรู้ขั้นพื้นฐานของผมคือไม่ควรที่จะใช้แอกอลฮอล์ โปะเข้าไปโดยตรงเพราะมันสามารถที่จะทำปฏิกริยาที่ก่อให้เกิดผลลัพธ์ที่แย่กว่าเดิมได้ (นี่คือแผลแมลงกัด ไม่ใช่แผลที่เกิดจากการบาดเจ็บทั่วๆไป) เอาน้ำแข็งที่แช่เอาไว้ในนั้นมาห่อผ้าและโปะลงไปบนแผลของผม แล้วกดค้างเอาไว้สัก 10นาทีได้ ก่อนที่จะเอาน้ำแข็งออกอีก …

อ่านต่อ »
7 วิธีทดสอบน้ำผึ้งแท้-น้ำผึ้งปลอมดูยังไง การตรวจสอบน้ำผึ้งแท้หรือไม่แท้ทำอย่างไร

7 วิธีทดสอบน้ำผึ้งแท้-น้ำผึ้งปลอมดูยังไง การตรวจสอบน้ำผึ้งแท้หรือไม่แท้ทำอย่างไร

น้ำผึ้งเป็นหนึ่งในอาหารที่มีประโยชน์มากที่สุดจากธรรมชาติ เพียงแค่หนึ่งช้อนชาทุกๆเช้าสามารถช่วยกระตุ้นระบบต่างๆของร่างกายให้พร้อมสำหรับการออกผจญชีวิตในแต่ละวัน นมผึ้งมีสารอาหารเต็มเปี่ยมยิ่งกว่าอาหารเสริมตัวไหนๆเสียอีก น้ำผึ้งคือ ของขวัญจากธรรมชาติอย่างแท้จริง จนกระทั่งมันถูกนำเข้ามาอยู่ในระบบการค้าแบบอุตสาหกรรม ผู้จัดจำหน่ายน้ำผึ้งที่ไร้จริยธรรม มักจะอวดอ้างเสมอว่าน้ำผึ้งของตนเป็นน้ำผึ้งที่แท้จริงและสีสวยงามมาก แต่ในความเป็นจริงแล้ว น้ำผึ้งพวกนั้นถูกนำผ่านความร้อนสูงก่อนที่จะผสมน้ำแล้วบรรจุลงภาชนะเพื่อขายให้ได้ในปริมาณมาก โดยสิ่งที่เกิดขึ้นคือ สารอาหารและแบคทีเรียที่มีประโยชน์ต่อร่างกายนั้นสลายหายไปหมด ทำให้น้ำผึ้งที่อวดอ้างกันเต็มไปหมดนั้นเป็นเพียงแค่น้ำเชื่อมสีเหลืองหรือน้ำผึ้งปลอมเท่านั้นเอง ถ้าอย่างนั้นเราจะทำอย่างไรดีล่ะ? ทนบริโภคน้ำผึ้งไร้คุณภาพที่เกิดจากความโลภของผู้ค้า หรือรู้วิธีในการดูและตรวจสอบว่าน้ำผึ้งนั้นมีความบริสุทธิ์และเป็นของแท้หรือไม่แทนดีล่ะ? เราสามารถที่จะตรวจสอบได้ด้วยวิธีการดังนี้ ดูที่ฉลาก ถ้าหากว่ามีการระบุถึงการเพิ่ม “สสาร” ลงไปในน้ำผึ้งขวดนั้น ตีความได้เลยว่าน้ำผึ้งขวดนั้นปลอมแน่ๆ น้ำผึ้งแท้จะเริ่มจับตัวเป็นตะกอนเมื่อเวลาผ่านไป ในขณะที่น้ำผึงปลอมจะอยู่ในสภาพเหลวเหมือนน้ำเชื่อมและเทออกง่ายตลอดเวลา ลองหยดน้ำผึ้งลงไปบนถ้วยที่ใส่น้ำดู หากมันละลายในทันที แสดงว่ามันเป็นน้ำผึ้งปลอม น้ำผึ้งจริงจะม้วนเป็นขดซ้อนกันเรื่อยๆ ลองหยดน้ำผึ้งลงบนนิ้วดู ถ้าหากมันขดจับตัวกันอยู่ แสดงว่าเป็นน้ำผึ้งแท้ น้ำผึ้งปลอมจะกระจายไปทั่วนิ้ว ลองชิมดู ถ้าหากว่ามันมีรสชาติผสมมาก เหมือนกับว่ามีกลิ่นของดอกไม้หรือสมุนไพร นั่นแหละน้ำผึ้งจริง น้ำผึ้งปลอมจะมีเพียงแค่รสหวานเท่านั้น ลองเอาไม้ขีดไฟแตะน้ำผึ้งให้ติดปลายไม้ขีดไฟนิดหน่อย ก่อนที่จะจุดไม้ขีดไฟ ถ้าหากเป็นน้ำผึ้งแท้ ไม้ขีดจะติดไฟและจะเผาน้ำผึ้งไปด้วย ในขณะที่น้ำผึ้งปลอมจะจุดไฟไม่ติด เพราะมันมีความชื้นจากสารเคมีที่ผู้จัดจำหน่ายผสมลงไป ส่วนวิธีสุดท้ายที่ผู้บริโภคต่างแบ่งความเห็นเป็นสองฝ่ายอยู่ถึงตอนนี้ คือการทดสอบด้วย “มด” ผู้บริโภคบางกลุ่มเชื่อว่ามดมักจะตอมน้ำผึ้งปลอมมากกว่าน้ำผึ้งจริง เพราะน้ำผึ้งปลอมมีน้ำตาลฟรุกโตสผสมอยู่ ต่างจากน้ำผึ้งแท้ที่เป็นของบริสุทธิ์จากธรรมชาติ แต่การทดสอบแบบนี้ยังคงเป็นที่ถกเถียงอยู่ว่าใช้ได้จริงหรือไม่ เพราะว่าในบางครั้งเกสรดอกไม้บางชนิดที่เป็นต้นกำเนิดของน้ำผึ้ง สามารถที่จะดึงดูดมดได้มากเช่นกัน ถือว่าเป็นเรื่องที่ลำบากใจเหมือนกันว่า เราไม่สามารถที่จะเชื่อถือผู้ผลิตในยุคปัจจุบันนี้ได้เชียวหรือ? ถ้าหากว่าเราไม่ได้อยู่ใกล้แหล่งผลิตธรรมชาติที่เราสามารถที่จะเห็นขั้นตอนการผลิตและบรรจุได้อย่างชัดเจน นั่นทำให้เราไม่มีโอกาสที่จะได้บริโภคน้ำผึ้งบริสุทธิ์เลยหรือไง? คำตอบของเรื่องนี้คือ ขึ้นอยู่กับตัวผู้บริโภคว่าจะยอมรับน้ำผึ้งในยี่ห้อนั้นได้หรือไม่มากกว่าครับ สุดท้ายแล้ว จริยธรรมของผู้บริโภคคือการเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้กับตัวเอง …

อ่านต่อ »