หน้าแรก » อาหารเพื่อสุขภาพ (page 2)

อาหารเพื่อสุขภาพ

เปิดตำรา วิธีชงชาอย่างไรให้หอมอร่อยด้วยขั้นตอนแบบง่ายๆ

เปิดตำรา วิธีชงชาอย่างไรให้หอมอร่อยด้วยขั้นตอนแบบง่ายๆ

ชา เป็นหนึ่งในเครื่องดื่มที่ได้รับความนิยมมาอย่างยาวนาน ซึ่งหลายๆ คนเชื่อว่าการดื่มชานั้นจะช่วยให้สุขภาพดี ทำให้ในปัจจุบันมีชาต่างๆ มากมายวางขายอยู่ในท้องตลาดทั้งในรูปแบบของใบชา ชาผงพร้อมชง หรือชาซองสำเร็จรูปที่ต้องนำมาแช่ในน้ำร้อนก่อน เป็นต้น ซึ่งชาที่เชื่อว่าดีที่สุดก็คือ ชาที่ทำการชงชาแบบใบชานั่นเอง ซึ่งการชงชาแบบใบชานั้นต้องมีวิธีการชงชาที่ถูกต้องเพื่อให้รสชาติของชากลมกล่อม และวิธีการชงนั้นก็จะแตกต่างกันออกไปตามชนิดของชา ชาที่ได้รับความนิยมในไทย เช่น ชาอูหลงหอม ชาเขียว เป็นต้น ชาอูหลงหอม มีหลักการในการชงอยู่ง่ายๆ ดังนี้ 1. น้ำที่ใช้ในการชงชา ควรเป็นน้ำที่สะอาดหรือน้ำกรองที่ต้มจนเดือด 2. ใช้น้ำร้อนกลั้วกาน้ำชา และอุปกรณ์ในการดื่มชาก่อนใช้ทุกครั้งอย่างน้อย 1 ครั้ง เพื่อให้มีอุปกรณ์เหล่านี้มีอุณหภูมิเท่ากับน้ำที่จะใช้ในการชงชา ซึ่งจะทำให้ได้ความหอมและรสชาติของชามากยิ่งขึ้น 3. ใส่ใบชาอูหลง 2-3 ช้อนชาต่อน้ำที่ใช้ในการชง150-200 มิลลิลิตร(CC) ลงในกาน้ำชาที่ว่างเปล่า 4. ในขั้นตอนที่ 4 นี้อาจจะมีข้อแตกต่างกันในวิธีการชงชาคือ • ถ้าเป็นชาอูหลงตุ้งติ้งอูหลง, ชาอูหลงก้านอ่อน, ชาอูหลงเบอร์ 12, ชาเถกวนอิม, ชาสี่ฤดู และชาจาเป่าหลงในขั้นตอนต่อไปจะทำการเติมน้ำร้อนให้ท่วมใบชา แล้วเทน้ำร้อนออกทันที ก่อนที่จะทำการเติมน้ำร้อนให้เต็มกาอีกครั้ง แล้วแช่ไว้ประมาณ 1 นาที หรือ 5 นาทีหากต้องกาดื่มชาแบบเย็น • ถ้าหากเป็นชาอูหลงจากกดอกหอมหมื่นลี้หรือดอกมะลิ ไม่ควรล้างใบชาก่อนเพราะชาพวกนี้มีดอกที่เล็ก …

อ่านต่อ »
7 เคล็ดลับ วิธีการเลือกซื้อผักสดปลอดสารพิษ แบบพ่อบ้านแม่บ้านมืออาชีพ

7 เคล็ดลับ วิธีการเลือกซื้อผักสดปลอดสารพิษ แบบพ่อบ้านแม่บ้านมืออาชีพ

ผักสดนั้นเป็นวัตถุดิบยอดฮิตที่คนไทยเรานิยมนำมาใช้ปรุงเป็นอาหาร เพราะอาหารไทยแต่ละชนิดนั้นมักจะมีส่วนผสมของทั้งผักและเครื่องเทศต่างๆ อยู่ไม่มากก็น้อย ในสมัยก่อนนั้นการเลือกซื้อผักสดนั้นไม่จำเป็นต้องคำนึงถึงอะไรมากมายเพราะผักนั้นยังสด ปลอดสารเคมี มีคุณภาพ และสามารถหาซื้อหรือหามารับประทานได้ง่ายทั่วไป แต่สมัยนี้การเลือกซื้อผักสดนั้นต้องใช้วิจารณญาณอย่างมาก เพราะไม่รู้ว่าผักที่แม่ค้านำมาขายให้เรานั้นสดจริงหรือเปล่า ใช้สารเคมีหรือเปล่า วันนี้เราจึงมีเทคนิคในการเลือกซื้อผักสดมาฝากกันค่ะ 1. ควรเลือกซื้อผักที่มีขายตามฤดูกาล เพราะนอกจากจะมีราคาที่ถูกกว่าผักนอกฤดูกาลแล้ว ยังจะได้ผักที่สดสะอาดปลอดจากสารเร่งการเจริญเติบโตต่างๆ ข้อแนะนำอีกอย่างหนึ่งก็คือ ไม่ควรเลือกซื้อผักที่มีเศษดินติดอยู่ และขณะซื้อให้สังเกตดูให้ดีว่าผักมีคราบจากน้ำยาฆ่าแมลงหรือไม่ และเลือกซื้อผักที่มีรูพรุนตามใบบ้าง เพราะนั่นหมายถึงเป็นผักที่ใช้ยาหรือสารเคมีน้อยนั่นเอง 2. ผักสดพื้นบ้านที่ขายกันตามตลาดมักไม่มีสารเคมีเจือปน เช่น กระถิน ดอกแค ชะอม หน่อไม้ ทั้งนี้เพราะเป็นพืชที่ไม่ต้องพึงการบำรุง สามารถเกิดขึ้นได้เองตามธรรมชาติ และส่วนใหญ่ออกดอกหรือให้ผลผลิตตลอดทั้งปี 3. ผักกาดขาวหรือผักกะหล่ำปลี ควรเลือกดูหัวที่มีน้ำหนักมาก เพราะนั่นหมายถึงมีใบที่ชิดกันมากอยู่ภายในนั่นเอง ซึ่งผักสองชนิดนี้เรามักจะเลือกรับประทานที่ใบ แนะนำให้เลือกหัวที่มีช่วงก้านเล็กและแคบ 4. การเลือกซื้อผักคะน้า ไม่ควรเลือกที่มีก้านแก่เกินไปนัก วิธีการสังเกตผักคะน้าว่าแก่หรือไม่ให้ดูตรงรอยตัดบริเวณโคนต้น ซึ่งจะสามารถมองเห็นเส้นสีขาวเล็กๆ ซึ่งยิ่งเป็นผักที่แก่มากเท่าไหร่ เส้นที่ว่านี้ก็จะใหญ่มากขึ้นเท่านั้น 5. แตงกวา ควรเลือกลูกที่ยังเขียวอยู่แม้ว่าจะมีผิวขรุขระบ้างก็ตาม เพราะลูกที่ยังเขียวคือลูกอ่อน ที่ถ้าผิวของแตงเริ่มเป็นสีขาวแสดงว่าแก่แล้ว ส่วนเรื่องที่ว่าเลือกแตงไม่ให้ขมนั้น ควรเลือกลูกที่ไม่ลีบจนเกินไปจะช่วยได้ค่ะ 6. หากเป็นผักจำพวกมะเขือ ให้เลือกดูที่ขั้ว ถ้าพบว่ามีลักษณะแบนราบติดไปกับผล ไม่ควรเลือกซื้อเพราะหมายถึงผลเริ่มจะเหี่ยวแล้ว 7. หากเป็นผักจำพวกบวบ ควรเลือกดูที่เหลี่ยม ไม่ควรซื้อผลที่มีเหลี่ยมแบน หรือสั้นลงเพราะนั่นคือผลที่กำลังเริ่มแก่แล้วนั่นเอง …

อ่านต่อ »

10 คุณประโยชน์ของโยเกิร์ต อาหารเพื่อคนรักสุขภาพ

โยเกิร์ตเป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้ระหว่างการหมักนมด้วยแบคทีเรีย ในระหว่างกระบวนการทำชีส ถือว่าเป็นผลิตภัณฑ์นมอย่างหนึ่ง ซึ่งเจ้าโยเกิร์ตนี้มีจุลินทรีย์ต่างๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายไม่ว่าจะเป็น แลคโตบาซิลลัส บัลแกริคัส เดลบริคิโอ สเตรปโตคอคคัส ฯลฯ และวันนี้เราจะมาพูดถึงคุณประโยชน์ต่างๆ ของโยเกิร์ตกันค่ะ 1. ในโยเกิร์ตนั้นเป็นแหล่งโปรตีนชั้นเลิศ เพราะในโยเกิร์ตนั้นจะมีโปรตีนมากกว่าในนมถึง 20 เปอร์เซ็นต์และนอกจากนั้นยังเป็นโปรตีนที่สามารถย่อยง่ายไม่ทำให้ท้องอืดเหมือนโปรตีนที่ได้จากนม 2. ป้องกันเชื้อโรคต่างๆ ที่เป็นอันตรายต่อลำไส้ไม่ว่าจะเป็น ซัลโมเนลลา , อีโคไล , โคลิฟอร์มแบคทีเรีย พูดง่ายๆ ก็คือโยเกิร์ตสามารถยังยั้งอาการปวดท้องหรือท้องเสียที่เกิดจากเจ้าเชื้อโรคดังกล่าวได้นั่นเอง 3. มีการวิจัยออกมาว่า การรับประทานโยเกิร์ดเป็นประจำนั้นสามารถรักษาอาการท้องเสีย ท้องเดิน หรือโรคแผลในกระเพาะอาหารได้อย่างดี 4. โยเกิร์ตช่วยให้ร่างกายดูดซึมแคลเซียมจากนมได้ดีขึ้น โดยในโยเกิร์ตมีกรดแลคติกที่ช่วยย่อยแคลเซียมได้ง่ายนั่นเอง 5. ในโยเกิร์ตมีแลคโตบาซิลลัส ซึ่งสามารถช่วยป้องกันโรคหลอดเลือดหัวใจ นอกจากนั้นยังสามารถควบคุมปริมาณคอเลสเตอรอลและไตรกลีเซอไรด์ที่อยู่ในเลือดได้ ดังนั้นจึงมักเห็นผลิตภัณฑ์ลดความอ้วน มีส่วนผสมของโยเกิร์ตอยู่ 6. นอกจากนั้นเจ้าแลคโตบาซิลลัส ยังสามารถช่วยตรวจจับสารโลหะหนัก สารก่อมะเร็งและกรดน้ำดีซึ่งเป็นพิษต่อร่างกายได้ พูดง่ายๆ ก็คือโยเกิร์ตนั้นเป็นสารที่ยับยั้งและป้องกันการเกิดมะเร็งได้นั่นเอง นอกจากนั้นแลคโตบาซิลลัสยังสามารถยับยั้งไม่ให้แบคทีเรียในลำไส้สร้างสารไนเตรทที่เป็นอันตรายอีกชนิดหนึ่งกับร่างกายได้อีกด้วย 7. โยเกิร์ตสามารถเพิ่มภูมิคุ้มกันในร่างกาย โดยมีการวิจัยบางชนิดพบว่า หากรับประทานโยเกิร์ตเป็นประจำอย่างน้อยวันละ 2 ถ้วย แบคทีเรียในโยเกิร์ตจะช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันไม่ให้ร่างกายป่วยไข้ได้ง่าย 8. ช่วยฆ่าเชื้อราต่างๆ ได้ โดยเฉพาะเชื้อราบริเวณช่องคลอดของสาวๆ ซึ่งมักจะทำให้เกิดกลิ่นไม่พึงประสงค์ …

อ่านต่อ »