หน้าแรก » อาหารเพื่อสุขภาพ (page 2)

อาหารเพื่อสุขภาพ

สงสัยไหม? ทำไมถึงเรียกว่าส้มตำ ประวัติของส้มตำมีความเป็นมาอย่างไร

สงสัยไหม? ทำไมถึงเรียกว่าส้มตำ ประวัติของส้มตำมีความเป็นมาอย่างไร

หลายคนคงกำลังสงสัยว่า “ส้มตำ” อาหารประจำชาติของประเทศไทย ทำไมถึงเรียกว่าส้มตำกันนะ ทั้งๆที่วัตถุดิบก็คือนำมะละกอมาตำ เอ๊ะ หรือว่า..คนคิดเมนูคนแรกชื่อส้ม วันนี้เรามีเกร็ดความรู้มาไขข้อข้องใจให้เพื่อนๆกันค่ะ ทำไมเรียกว่าส้มตำ? อันที่จริงไม่ใช่ชื่อของคนทำหรืออะไรหรอกค่ะ ที่ชื่อส้มตำก็เพราะเป็นการนำคำสองคำมาผสมกันนั่นเอง ก่อนอื่นต้องแยกคำก่อนนะคะ คำแรก “ส้ม” มาจากภาษาท้องถิ่น ที่หมายความว่า รสเปรี้ยว ส่วนคำที่สองคือ “ตำ” หมายความว่า การใช้สากหรือสิ่งของอื่นที่คล้ายคลึงทิ่มลงไปอย่างแรงเรื่อยๆ เมื่อจับทั้งสองคำมารวมร่างกันก็จะได้ความหมายคือ อาหารรสเปรี้ยวที่ทำโดยการตำ นั่นเองค่ะ นอกจากนี้ ส้มตำยังมีชื่อเรียกในภาษาท้องถิ่นอีกหลายชื่อ เช่น ตำบักหุ่ง, ตำมะละกอ ส้มตำ เป็นการปรุงอาหารโดยมีส่วนประกอบหลักคือการขูดมะละกอออกเป็นเส้นๆใส่ลงไปในครก พร้อมกับใส่วัตถุดิบต่างๆ เช่น ถั่วฝักยาว กระเทียม มะเขือเทศลูกเล็ก มะเขือเปราะ มะเขือสีดา พริกสด พริกแห้ง เสร็จแล้วปรุงรสด้วยน้ำตาลทรายขาวหรือน้ำตาลปี๊บ เติมน้ำปลา มะนาว ตามความชอบ ส่วนประกอบต่างๆเหล่านี้ทำให้ส้มตำมีรสที่เป็นเอกลักษณ์ เปรี้ยว เค็ม เผ็ด แซ่บนัวถูกใจใครหลายๆคน สำหรับคนไทยในภาคอีสานนิยมกินส้มตำรสเค็มเผ็ด และคนไทยในภาคกลางนิยมกินรสเปรี้ยวหวาน นอกจากนี้ยังมีเครื่องเคียงที่มักมาคู่กันจนแทบขาดกันไม่ได้อย่าง ปลาดุกย่าง ไก่ย่าง แคบหมู ขนมจีน เส้นหมี่ และผักสด เช่น ผักบุ้ง …

อ่านต่อ »
เปิดตำรา วิธีชงชาอย่างไรให้หอมอร่อยด้วยขั้นตอนแบบง่ายๆ

เปิดตำรา วิธีชงชาอย่างไรให้หอมอร่อยด้วยขั้นตอนแบบง่ายๆ

ชา เป็นหนึ่งในเครื่องดื่มที่ได้รับความนิยมมาอย่างยาวนาน ซึ่งหลายๆ คนเชื่อว่าการดื่มชานั้นจะช่วยให้สุขภาพดี ทำให้ในปัจจุบันมีชาต่างๆ มากมายวางขายอยู่ในท้องตลาดทั้งในรูปแบบของใบชา ชาผงพร้อมชง หรือชาซองสำเร็จรูปที่ต้องนำมาแช่ในน้ำร้อนก่อน เป็นต้น ซึ่งชาที่เชื่อว่าดีที่สุดก็คือ ชาที่ทำการชงชาแบบใบชานั่นเอง ซึ่งการชงชาแบบใบชานั้นต้องมีวิธีการชงชาที่ถูกต้องเพื่อให้รสชาติของชากลมกล่อม และวิธีการชงนั้นก็จะแตกต่างกันออกไปตามชนิดของชา ชาที่ได้รับความนิยมในไทย เช่น ชาอูหลงหอม ชาเขียว เป็นต้น ชาอูหลงหอม มีหลักการในการชงอยู่ง่ายๆ ดังนี้ 1. น้ำที่ใช้ในการชงชา ควรเป็นน้ำที่สะอาดหรือน้ำกรองที่ต้มจนเดือด 2. ใช้น้ำร้อนกลั้วกาน้ำชา และอุปกรณ์ในการดื่มชาก่อนใช้ทุกครั้งอย่างน้อย 1 ครั้ง เพื่อให้มีอุปกรณ์เหล่านี้มีอุณหภูมิเท่ากับน้ำที่จะใช้ในการชงชา ซึ่งจะทำให้ได้ความหอมและรสชาติของชามากยิ่งขึ้น 3. ใส่ใบชาอูหลง 2-3 ช้อนชาต่อน้ำที่ใช้ในการชง150-200 มิลลิลิตร(CC) ลงในกาน้ำชาที่ว่างเปล่า 4. ในขั้นตอนที่ 4 นี้อาจจะมีข้อแตกต่างกันในวิธีการชงชาคือ • ถ้าเป็นชาอูหลงตุ้งติ้งอูหลง, ชาอูหลงก้านอ่อน, ชาอูหลงเบอร์ 12, ชาเถกวนอิม, ชาสี่ฤดู และชาจาเป่าหลงในขั้นตอนต่อไปจะทำการเติมน้ำร้อนให้ท่วมใบชา แล้วเทน้ำร้อนออกทันที ก่อนที่จะทำการเติมน้ำร้อนให้เต็มกาอีกครั้ง แล้วแช่ไว้ประมาณ 1 นาที หรือ 5 นาทีหากต้องกาดื่มชาแบบเย็น • ถ้าหากเป็นชาอูหลงจากกดอกหอมหมื่นลี้หรือดอกมะลิ ไม่ควรล้างใบชาก่อนเพราะชาพวกนี้มีดอกที่เล็ก …

อ่านต่อ »
7 เคล็ดลับ วิธีการเลือกซื้อผักสดปลอดสารพิษ แบบพ่อบ้านแม่บ้านมืออาชีพ

7 เคล็ดลับ วิธีการเลือกซื้อผักสดปลอดสารพิษ แบบพ่อบ้านแม่บ้านมืออาชีพ

ผักสดนั้นเป็นวัตถุดิบยอดฮิตที่คนไทยเรานิยมนำมาใช้ปรุงเป็นอาหาร เพราะอาหารไทยแต่ละชนิดนั้นมักจะมีส่วนผสมของทั้งผักและเครื่องเทศต่างๆ อยู่ไม่มากก็น้อย ในสมัยก่อนนั้นการเลือกซื้อผักสดนั้นไม่จำเป็นต้องคำนึงถึงอะไรมากมายเพราะผักนั้นยังสด ปลอดสารเคมี มีคุณภาพ และสามารถหาซื้อหรือหามารับประทานได้ง่ายทั่วไป แต่สมัยนี้การเลือกซื้อผักสดนั้นต้องใช้วิจารณญาณอย่างมาก เพราะไม่รู้ว่าผักที่แม่ค้านำมาขายให้เรานั้นสดจริงหรือเปล่า ใช้สารเคมีหรือเปล่า วันนี้เราจึงมีเทคนิคในการเลือกซื้อผักสดมาฝากกันค่ะ 1. ควรเลือกซื้อผักที่มีขายตามฤดูกาล เพราะนอกจากจะมีราคาที่ถูกกว่าผักนอกฤดูกาลแล้ว ยังจะได้ผักที่สดสะอาดปลอดจากสารเร่งการเจริญเติบโตต่างๆ ข้อแนะนำอีกอย่างหนึ่งก็คือ ไม่ควรเลือกซื้อผักที่มีเศษดินติดอยู่ และขณะซื้อให้สังเกตดูให้ดีว่าผักมีคราบจากน้ำยาฆ่าแมลงหรือไม่ และเลือกซื้อผักที่มีรูพรุนตามใบบ้าง เพราะนั่นหมายถึงเป็นผักที่ใช้ยาหรือสารเคมีน้อยนั่นเอง 2. ผักสดพื้นบ้านที่ขายกันตามตลาดมักไม่มีสารเคมีเจือปน เช่น กระถิน ดอกแค ชะอม หน่อไม้ ทั้งนี้เพราะเป็นพืชที่ไม่ต้องพึงการบำรุง สามารถเกิดขึ้นได้เองตามธรรมชาติ และส่วนใหญ่ออกดอกหรือให้ผลผลิตตลอดทั้งปี 3. ผักกาดขาวหรือผักกะหล่ำปลี ควรเลือกดูหัวที่มีน้ำหนักมาก เพราะนั่นหมายถึงมีใบที่ชิดกันมากอยู่ภายในนั่นเอง ซึ่งผักสองชนิดนี้เรามักจะเลือกรับประทานที่ใบ แนะนำให้เลือกหัวที่มีช่วงก้านเล็กและแคบ 4. การเลือกซื้อผักคะน้า ไม่ควรเลือกที่มีก้านแก่เกินไปนัก วิธีการสังเกตผักคะน้าว่าแก่หรือไม่ให้ดูตรงรอยตัดบริเวณโคนต้น ซึ่งจะสามารถมองเห็นเส้นสีขาวเล็กๆ ซึ่งยิ่งเป็นผักที่แก่มากเท่าไหร่ เส้นที่ว่านี้ก็จะใหญ่มากขึ้นเท่านั้น 5. แตงกวา ควรเลือกลูกที่ยังเขียวอยู่แม้ว่าจะมีผิวขรุขระบ้างก็ตาม เพราะลูกที่ยังเขียวคือลูกอ่อน ที่ถ้าผิวของแตงเริ่มเป็นสีขาวแสดงว่าแก่แล้ว ส่วนเรื่องที่ว่าเลือกแตงไม่ให้ขมนั้น ควรเลือกลูกที่ไม่ลีบจนเกินไปจะช่วยได้ค่ะ 6. หากเป็นผักจำพวกมะเขือ ให้เลือกดูที่ขั้ว ถ้าพบว่ามีลักษณะแบนราบติดไปกับผล ไม่ควรเลือกซื้อเพราะหมายถึงผลเริ่มจะเหี่ยวแล้ว 7. หากเป็นผักจำพวกบวบ ควรเลือกดูที่เหลี่ยม ไม่ควรซื้อผลที่มีเหลี่ยมแบน หรือสั้นลงเพราะนั่นคือผลที่กำลังเริ่มแก่แล้วนั่นเอง …

อ่านต่อ »