หน้าแรก » ร่างกายของเรา (page 3)

ร่างกายของเรา

เมื่อกระดูกหักจะมีอาการและผลเสียที่ตามมาอย่างไรบ้าง

ในมนุษย์นั้น อาการของกระดูกหักมักจะเกิดขึ้นจากอุบัติเหตุ หรือร่างกายไม่แข็งแรงเพราะขาดแคลเซียม ซึ่งเมื่อเกิดอาการกระดูกหักนี้ขึ้นมาแล้ว จะสามารถส่งผลเสียต่อร่างกายอย่างไรได้บ้างนั้น คุณหมอท่านแนะนำมาว่าอย่างนี้ครับ 1. เกิดอาการเจ็บปวดอย่างรุนแรงบริเวณที่เกิดการหัก ทั้งนี้เป็นเรื่องที่แน่นอนอยู่แล้ว เพราะในกระดูกของคนเรานั้น มีเส้นเลือดใหญ่และเส้นประสาทอยู่ ดังนั้นเมื่อเกิดการหักขึ้นแล้ว จะส่งผลทำให้ผู้ป่วยเกิดอาการเจ็บปวดอย่างรุนแรง บางรายที่มีอาการเจ็บปวดมากนั้นถึงขั้นช็อกสลบ และเสียชีวิตไปเลยก็มี 2. มีอาการบวมรอบๆ บริเวณที่หัก ทั้งนี้ก็เพราะเหตุผลที่บอกไปก่อนหน้านี้ว่า แท้จริงแล้วกระดูกนั้นมีเส้นเลือดใหญ่อยู่ภายในเมื่อมีการหักของกระดูกเกิดขึ้น ย่อมหมายถึงเส้นเลือดใหญ่นั้นหักหรือขาดไปด้วย เมื่อเลือดจากเส้นเลือดนั้นไหลออกมาคั่งอยู่บริเวณที่หัก จะส่งผลทำให้บริเวณนั้นเกิดอาการปวดบวมอย่างมากนั่นเองครับ 3. กระดูกนั้นเป็นโครงสร้างหลักของร่างกาย ดังนั้นเมื่อเกิดการหักหรือเสียหายเกิดขึ้น ร่างกายย่อมจะมีการเปลี่ยนแปลงทางโครงสร้างไปด้วย ทั้งนี้เพราะกระดูกนั้นเสียรูปไปแล้วนั่นเอง ซึ่งหากเป็นเช่นนี้แนะนำให้รักษาหรือขอคำแนะนำจากหมอกระดูกโดยด่วนครับ มิเช่นนั้นส่วนที่หักอาจจะพิการไปตลอดเลยก็ได้ 4. เคลื่อนไหวร่างหายไม่ได้ หรือไม่สะดวก โดยเฉพาะบริเวณที่กระดูกหัก ทั้งนี้สืบเนื่องจากเกิดอาการเจ็บปวด และบวมขึ้นมา และไปกดทับเส้นประสาท ทำให้เวลาเคลื่อนไหวนั้นเกิดความรู้สึกเจ็บปวดขึ้นมา มากบ้างน้อยบ้างตามอาการ แต่ที่แน่ๆ เมื่อเคลื่อนไหวไม่สะดวกจะทำให้การทำกิจกรรมต่างๆ ไม่สะดวกไปด้วยครับ ในผู้ป่วยที่มีกระดูกหักมาก จะต้องนอนเฉยๆ ตลอดทั้งวันเลยทีเดียว 5. บางครั้งกระดูกที่หักนั้นไม่ได้หักออกมาเป็นสองท่อนหรือชิ้นใหญ่ แต่อาจจะหักเป็นชิ้นเล็กๆ หลายท่อนเลยก็ได้ ซึ่งพบเห็นได้บ่อยในอุบัติเหติร้ายแรง เมื่อเกิดขึ้นแล้วอาจจะทำให้ส่วนที่แหลมคมของกระดูกทิ่มออกมานอกเนื้อ และหากเป็นกระดูที่แตกละเอียดมาก วิทยาการแพทย์ในปัจจุบันยังรักษาไม่ได้ อาจะทำให้อวัยวะส่วนนั้นพิการไปตลอดเลยก็มี 6. หากบริเวณที่กระดูกหักนั้นเป็นกระดูกที่สำคัญอย่างกระดูกสันหลัง ซึ่งมีเส้นประสาที่เชื่อมต่อกับสมองอยู่มาก อาจทำให้ผู้ป่วยเกิดการอัมพาต ไม่สามารถเคลื่อนไหวร่างกายได้อีกเลย ทั้งนี้เพราะบริเวณเส้นประสาทควบคุมการเคลื่อนไหวนั้นถูกทำลายไปแล้วนั่นเอง …

อ่านต่อ »

5 วิธีรักษาตาปลาด้วยตัวเองอย่างง่ายๆตามสูตรภูมิปัญญาชาวบ้าน

ในการดำเนินชีวิตของคนในยุคปัจจุบันนั้น คงมีไม่น้อยที่ต้องเผชิญกับโรคผิวหนังชนิดหนึ่ง ซึ่งมีอาการเป็นตุ่มนูนขึ้นมาลักษณะคล้ายดวงตาของปลา เกิดจากการที่มีการเสียดสีหรือกระทบถูกผิวหนังบริเวณนั้นบ่อยๆ หรือเป็นประจำ มักจะพบมากในผู้สูงอายุ ซึ่งส่วนใหญ่มักจะเกิดที่บริเวณเท้า เพราะผิวหนังส่วนเท้านั้นมีการเสียดสีอยู่กับรองเท้าแทบจะตลอดเวลา ซึ่งเมื่อเกิดขึ้นแล้วจะส่งผลให้ผู้ป่วยเกิดอาการเจ็บปวดที่บริเวณตาปลานั้นอย่างมาก และส่งผลทำให้เดินไม่สะดวก ดังนั้นวันนี้เรามีวิธีการรักษาเจ้าตาปลาแบบง่ายๆ และสามารถทำได้เองมาฝากกันค่ะ 1. ใช้กระเทียมสด ฝานเป็นชิ้นหนาๆ แล้วนำไปทาที่บริเวณตาปลา หรือจะพันผ้าทิ้งไว้ข้ามคืนก็ได้ ซึ่งสารบางอย่างในกระเทียมนั้นสามารถช่วยรักษาและฆ่าเชื้อโรคที่อยู่ในตาปลาของคุณได้ แต่ต้องทำเป็นระยะเวลาต่อเนื่องกันประมาณ 1-2 สัปดาห์ แต่ถ้าไม่ชอบกลิ่นที่ฉุนเฉียวของกระเทียมจะเปลี่ยนมาใช้มะนาวหรือสับประรดแทนก็ได้ค่ะ 2. น้ำมันสน ใช้น้ำมันสนชุบกับผ้าสะอาดหรือผ้าพันแผล แล้วนำไปลูบทาที่บริเวณตาปลา หรือจะใช้วิธีการพันทับไว้กับแผลทิ้งไว้ค้างคืนประมาณ 4-5 วันติดต่อกัน สารจากน้ำมันสนจะช่วยให้หายเร็วขึ้น วิธีการนี้ได้รับความนิยมอย่างมาก เพราะสามารถรักษาอาการตาปลาได้อย่างชะงัด และมีประสิทธิภาพ 3. หาน้ำมันมะพร้าว น้ำมันการบูร น้ำมันสน มาผสมกันให้เข้ากันโดยใช้สัดส่วนดังนี้ น้ำมันมะพราว 1 ช้อนโต๊ะ น้ำมันการบูร 2 ช้อนโต๊ะและน้ำมันสน 1 ช้อนโต๊ะมาผสม และกวนให้เข้ากัน จากนั้นนำไปพอกหรือทาที่บริเวณที่เป็นตาปลา จากนั้นแผลจะค่อยๆ หายไปเองค่ะ 4. แช่เท้าข้างที่เป็นตาปลาลงในน้ำอุ่นสักพัก แล้วใช้หินขัดส่วนที่เป็นตุ่มเนื้อแข็งๆ ออก หรือจะใช้ของมีคม เช่น มีดขูดออกก็ได้ แต่ต้องใช้อย่างระมัดระวัง หากขูดถูกส่วนตาปลาจะหลุดออกมา และหลังจากส่วนหนังแข็งๆ …

อ่านต่อ »
10 วิธีเลิกสูบบุหรี่ด้วยตนเอง แบบง่ายๆ ไม่ว่าใครก็เลิกได้

10 วิธีเลิกสูบบุหรี่ด้วยตนเองอย่างง่ายๆ ไม่ว่าใครก็เลิกได้

เพื่อนๆ คงทราบกันดีอยู่แล้วว่า บุหรี่เป็นสิ่งเสพติดที่ให้โทษต่อตัวของผู้สูบบุหรี่เอง และผู้ที่อยู่รอบข้าง การสูบบุหรี่นั้นจะส่งผลต่อร่างกายของเรา เช่น โรคมะเร็งปอด โรคกระดูกพรุน แล้วยังส่งผลต่อสุขภาพทางช่องปากและผิวพรรณ โดยเฉพาะคุณผู้หญิงและวัยรุ่น การสูบบุหรี่จะทำให้ผิวพรรณเหี่ยวย่น ทำให้เกิดริ้วรอยก่อนวัยอันควรได้ง่าย บุหรี่นั้น มีโทษมากมาย แต่ก็ยังมีนักสูบเพิ่มมากขึ้น สาเหตุของการสูบบุหรี่เกิดจากความคึกคะนอง ความอยากรู้อยากลอง แม้แต่การสูบเพื่อเข้าสังคม การสูบตามอย่างคนรอบข้าง หรือเพื่อแสดงความเป็นผู้ใหญ่ แต่ก็มีบางส่วนที่คิดได้และอยากที่จะเลิก ซึ่งนั่นก็ไม่ใช่เรื่องยากเลย เพราะวันนี้เราจะมาเรียนรู้วิธีเลิกสูบบุหรี่อย่างง่ายๆกันค่ะ 1. เริ่มจากตัวเราก่อนเลย คือ พยายามลดปริมาณการสูบให้น้อยลง แรกๆ อาจจะรู้สึกอยากบุหรี่ ดังนั้นให้เราหาลูกอม หรือหมากฝรั่งที่มีสารนิโคตินมาเคี้ยวแทน 2. ต้องเชื่อมั่นในตัวเองว่า จะสามารถเลิกบุหรี่ได้อย่างเด็ดขาด อย่าลังเลที่จะเลิกบุหรี่ ให้ตั้งเป้าหมายและระยะเวลาที่แน่นอน เพื่อเป็นสิ่งกระตุ้นให้เกิดความพยายาม 3. หาที่ปรึกษา เพื่อช่วยให้คำแนะนำวิธีเลิกบุหรี่ที่ถูกต้อง หรือบอกคนรอบข้างเพื่อให้เขาทราบ เพราะการเลิกบุหรี่นั้น ต้องการกำลังใจ และความเข้าใจ เพื่อจะได้ช่วยให้คุณประสบความสำเร็จได้เร็วตามที่ตั้งใจไว้ 4. หากิจกรรมอื่นๆทำ ไม่ว่าจะเล่นกีฬา เล่นดนตรี ทำงานบ้าน หรือพูดคุยกับคนอื่นๆ สิ่งเหล่านี้จะช่วยให้ตัวเราไม่หมกมุ่น หรือกังวลกับการเลิกบุหรี่ แล้วยังช่วยให้คลายความเครียด สมองปลอดโปร่ง และมีสุขภาพที่ดี 5. ออกห่างจากสภาพแวดล้อมเดิมๆ ด้วยความเคยชิน อาจทำให้เรากลับไปใช้ชีวิตแบบเดิมๆ …

อ่านต่อ »
วิธีกําจัดริ้วรอยตีนกาบนใบหน้า ร่องรอยก่อนวัยเหล่านี้เกิดจากสาเหตุอะไรบ้าง

วิธีกำจัดริ้วรอยตีนกาบนใบหน้า ร่องรอยก่อนวัยเหล่านี้เกิดจากสาเหตุอะไรบ้าง

ริ้วรอยบนในหน้ามักเป็นปัญหาที่ทำให้ผู้หญิงส่วนใหญ่ต้องกังวล โดยเฉพาะริ้วรอยที่เกิดขึ้นก่อนวัยอันควร อย่าง “ตีนกา” สาว ๆ หลายคน คงไม่อยากได้ยินคำนี้ แล้วทำไม..เจ้าตีนกาจึงต้องมาทำลายผิวหน้าของเราด้วยนะ ในปัจจุบันสาวยุคใหม่จะต้องออกไปทำงานนอกบ้าน ทำให้มีเวลาในการดูแลตัวเองลดน้อยลง แถมยังต้องเจอสภาพแวดล้อมที่เป็นมลพิษ อย่างฝุ่นควัน และแสงแดด บวกกับสภาพจิตใจ อย่างภาวะความเครียด ทั้งเรื่องงาน และเรื่องส่วนตัว สาวๆ ลองมาสำรวจตัวเองกันดีกว่า ว่าพฤติกรรมอะไรบ้างที่เป็นสาเหตุก่อให้เกิดริ้วรอยตีนกากันบ้าง 1. การแสดงสีหน้าต่างๆ เช่น การยิ้ม การหัวเราะ การร้องไห้ รวมถึงเมื่อเกิดความเครียดเรามักจะคิ้วขมวด อาการเหล่านี้เมื่อกระทำบ่อยๆ จะทำให้เกิดริ้วรอย ความเหี่ยวย่น ได้ง่าย 2. การสูบบุหรี่ นอกจากจะเป็นอันตรายต่อปอดแล้ว ยังมีผลให้เลือดส่งออกซิเจนไปเลี้ยงเซลล์ผิวหน้าได้อย่างไม่เต็มประสิทธิภาพ จึงทำให้ผิวหน้าของเราเหี่ยวย่น การสูบบุหรี่นอกจากจะส่งผลเสียต่อตนเองแล้ว ยังส่งผลต่อคนรอบข้างด้วยนะคะ 3. พักผ่อนไม่เพียงพอ ร่างกายของเราก็ต้องการการพักผ่อน เพื่อฟื้นฟูสภาพผิวให้มีสุขภาพดีขึ้น และยังช่วยให้เซลล์ผิวได้ซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ สาวๆจึงควรนอนหลับพักผ่อนให้ได้อย่างน้อยวันละ 7 – 8 ชั่วโมง เพราะการพักผ่อนที่เพียงพอนั้นนอกจากจะช่วยลดปัญหาเรื่องริ้วรอยตีนกาแล้ว ยังช่วยทำให้ผิวพรรณของเราดูเปล่งปลั่ง สดใสขึ้นได้อีกด้วย 4. การขยี้ตาบ่อย ๆ จะทำให้เกิดริ้วรอยตีนกาได้ ในช่วงแรกๆ จะเกิดริ้วรอยแบบตื้นๆ บนใบหน้า เมื่อเวลาผ่านไปนานเข้าริ้วรอยผิวที่ปลอบช้ำจึงทำให้เกิดตีนกาอย่างถาวร …

อ่านต่อ »
8 วิธีแก้ปัญหาฟันเหลือง ทำอย่างไรให้ฟันขาวดั่งใจ ด้วยวิธีฟอกแบบธรรมชาติ

8 วิธีแก้ปัญหาฟันเหลือง ทำอย่างไรให้ฟันขาวดั่งใจ ด้วยวิธีฟอกแบบธรรมชาติ

ฟันของมนุษย์นั้นเมื่อใช้งานไปสักระยะหนึ่ง มักจะค่อยๆ เหลืองลงเรื่อยๆไม่ขาวเหมือนเดิม ทั้งนี้เพราะต้องสัมผัสกับอาหารรูปแบบต่างๆ ที่มนุษย์กินอยู่ทุกวันนั่นเอง ซึ่งเจ้าอาหารบางชนิดก็มีสารที่คอยทำลายเคลือบฟันอยู่ด้วย หรือบางครั้งอาหารบางจำพวกก็มักจะทิ้งคราบหลงเหลือไว้บนฟันของเราได้เช่นกัน เมื่อมันเกาะตัวหนามากขึ้นเรื่อยๆ ก็จะทำให้ฟันของเราเหลืองลงได้เรื่อยๆ ดังนั้นวันนี้เราจึงมีคำแนะนำดีๆ ในการช่วยให้ฟันที่เหลืองดูไม่สวยของเรานั้น กลับมาขาวแวววาวได้เหมือนเดิมกันค่ะ 1. รับประทานผักผลไม้บางจำพวกที่ต้องเคี้ยว เช่น แอปเปิ้ล ซึ่งมีสารขัดฟันอยู่ในตัว และผักบางชนิด เช่น แครอท ก็มีเนื้อแข็ง ขณะที่กำลังเคี้ยว เนื้อของผลไม้ชนิดนี้ก็จะช่วยไปขัดคราบเหลืองๆ บนฟันออกได้ วิธีนี้เป็นวิธีดั้งเดิมที่เคยใช้ได้ผลบ้าง แต่ข้อเสียคือไม่สามารถทำให้ฟันขาวขึ้นได้อย่างถาวร 2. ใช้สมุนไพรจากธรรมชาติในการขัดฟัน เช่นเกลือ มะนาว ใบข่อย เปลือกกล้วย เหล่านี้มีสารในการขจัดคราบสกปรกบนฟัน สามารถช่วยให้คราบฟันนั้นหลุดออกไปได้ เพียงแต่ต้องใช้อย่างต่อเนื่องและไม่ควรขัดฟันแรงเกินไปนัก เพราะอาจจะทำให้เคลือบฟันเกิดความเสียหายได้ 3. ขูดหินปูน ทุกๆ 6 เดือน บางครั้งคราบเหลืองๆ ของฟันนั้นเกิดมาจากหินปูนที่สะสมอยู่มาก ดังนั้นก่อนอื่นเลยคงต้องทำการกำจัดเจ้าหินปูนนี้ออกไปให้หมดเสียก่อน 4. ใช้ผลิตภัณฑ์ฟอกฟัน ส่วนใหญ่มักมาในรูปของยาสีฟันและน้ำยาบ้วนปากที่มีส่วนผสมของ สารฟอกฟันซึ่งจะช่วยทำให้ฟันของคุณขาวกระจ่างขึ้นมาอย่างรวดเร็ว แต่ข้อแนะนำก็คือก่อนการใช้ผลิตภัณฑ์ประเภทนี้ควรแปรงฟันด้วยยาสีฟันที่มีส่วนผสมของโพแทสเซียมไนเตรด (Potassium Nitrate) เป็นเวลา 2 สัปดาห์ ทั้งนี้ก็เพราะมันจะช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงให้กับเคลือบฟันของคุณ ไม่ทำให้เปราะบางจนเกินไป 5. ใช้น้ำมะนาว เพราะน้ำมะนาวมีฤทธิ์เป็นกรด และคุณสมบัติที่เหมือนสารฟอกขาวนี้เอง …

อ่านต่อ »