หน้าแรก » อาหารเพื่อสุขภาพ

อาหารเพื่อสุขภาพ

โทษของการดื่มน้ำอัดลมมีอะไรบ้าง ส่งผลเสียต่อสุขภาพเราอย่างไร

โทษของการดื่มน้ำอัดลมมีอะไรบ้าง ส่งผลเสียต่อสุขภาพเราอย่างไร

ใครชอบดื่มน้ำอัดลมบ้าง ครับ ระวังให้ดีนะ การดื่มน้ำอัดลมมากๆ จะทำให้เป็นโทษต่อร่างกาย  เวลาไปตามงานต่างๆ มักจะเจอน้ำอัดลมเยอะแยะ ตั้งอยู่ รู้หรือไม่ว่า ถ้าดื่มมากเกินไป ดื่มบ่อยๆ จะมีโทษต่อร่างกายเช่นกัน สำหรับคนที่เป็นโรคกระเพาะอาหารควรหลีกเลี่ยงครับ ถ้าดื่มไป อาการที่เป็นอยู่จะออกอาการทันที วันนี้ผมมีเกร็ดความรู้เกี่ยวกับ การดื่มน้ำอัดลม ว่ามีโทษต่อร่างกายอย่างไร ตามมาดูกันเลยครับ โทษของน้ำอัดลม น้ำอัดลม เป็นเครื่องดื่มที่ใครๆ ก็ชอบดื่ม ไม่ว่าจะเป็นเด็กผู้ใหญ่ นับว่าเป็นเครื่องดื่มที่ยอดฮิต อีกอย่างหนึ่งก็ว่าได้  แต่การดื่มน้ำอัดลมนั้นเป็นโทษต่อร่างกายได้ ไม่ว่าจะเป็น โรคมะเร็ง หรือโรคเบาหวาน  ขอจำแนกออกเป็นดังนี้ มะเร็งปากมดลูก เป็นที่ทราบกันดีว่า น้ำอัดลมนั้นมีน้ำตาล เป็นจำนวนมาก  เมื่อดื่มเข้าไปมากๆ จึงทำให้อ้วน ความอ้วนเป็นบ่อเกิดของโรคต่างๆ เช่น เบาหวาน และนำพาไปสู่โรคมะเร็งชนิดหนึ่ง ซึ่งส่วนมากจะเป็นในผู้หญิงในวัยที่หมดประจำเดือนแล้ว เมื่อดื่มน้ำอัดลมมากๆ โอกาสเสี่ยงต่อโรคมะเร็งปากมดลูกชนิดที่ 1 มีสูง โดยเริ่มต้นจากชนิดที่1 ไปสู่ชนิดที่2   ควรระวังนะครับ เรื่องการดื่มน้ำอัดลม มะเร็งเต้านม สำหรับเด็กผู้หญิง ที่ดื่มน้ำอัดลมมากๆ มีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคมะเร็งเต้านม จากการที่ดื่มน้ำอัดลมเพียง 1.5 กระป๋องต่อวัน จึงทำให้เด็กผู้หญิงโตเป็นสาวเร็วกว่าปกติ จากการวิจัยพบว่าเด็กผู้หญิง ที่มีอายุ …

อ่านต่อ »

วิธีทำราดหน้าให้อร่อย สูตรราดหน้ารสเด็ด ทำกินได้ ทำขายรวย

ราดหน้า ถือเป็นอาหารยอดฮิตที่เป็นที่นิยมของคนไทยอย่างหนึ่ง ด้วยจุดเด่นที่มีความอร่อยถูกปาก สามารถปรุงแต่งรสชาติเพิ่มเติมได้ตามใจ และยังหากินได้ง่าย มีขายแทบจะทุกที่เลยก็ว่าได้ แต่หลายคนก็มักจะพากันสงสัย ว่าการกินราดหน้าที่ร้านนั้นอร่อยจริง แต่พอขอวิธีทำเขามาทำกินเองบ้างทำไมไม่อร่อยแบบนั้นก็ไม่รู้ ดังนั้นวันนี้เราจึงมีสูตรการทำราดหน้าให้อร่อยถูกปากมาฝากกันค่ะ วัตถุดิบ หมูสันในหั่นชิ้นพอดีคำ ประมาณ 2 ขีด หรือใครที่ไม่ชอบเนื้อหมูอาจเปลี่ยนเป็นเนื้อสัตว์ชนิดอื่นได้ เช่น ไก่ กุ้ง ปลาหมึก เป็นต้น ก๋วยเตี๋ยวเส้นใหญ่ ประมาณ 3 ขีด คะน้าหั่นพอดีคำประมาณ 2 – 3 ต้น เต้าเจี้ยวดำ/กระเทียม สับละเอียดประมาณ 1 ช้อนโต๊ะ ซีอิ๊วขาว 2 ช้อนโต๊ะ / ซีอิ๊วดำ 1 ช้อนโต๊ะ น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ น้ำมันพืชประมาณ 1/4 ถ้วย แป้งข้าวโพดประมาณ 2 ช้อนโต๊ะ พริกไทยป่นและน้ำตาลทรายป่นอย่างละ 1/2 ช้อนโต๊ะ น้ำซุป พริกชี้ฟ้าหั่นแว่น วิธีทำ ผสมซีอิ๊วขาวและน้ำตาลทรายเข้าด้วยกัน นำหมูหรือเนื้อสัตว์ที่เตรียมไว้ลงไปหมัก เติมพริกไทยป่นเล็กน้อย พร้อมนวดส่วนผสมทั้งหมดให้เข้ากัน …

อ่านต่อ »

สูตรเด็ดเคล็ดลับ วิธีทำต้มจับฉ่ายอย่างไรให้อร่อยเหาะ

ต้มจับฉ่ายนั้นเป็นอาหารที่พบเห็นได้บ่อยตามร้านอาหารทั่วไป โดยเฉพาะร้านประเภทข้าวต้ม ซึ่งต้มจับฉ่ายนั้นถือเป็นอาหารที่กินกับข้าวต้มได้อร่อยที่สุดก็ว่าได้ครับ เพราะรสชาติกลมกล่อมออกเค็มนิดๆ หวานหน่อยๆ ของมัน ส่วนกรรมวิธีการทำนั้นก็ง่าย ไม่มีขั้นตอนที่ยุ่งยากมากนัก โดยผู้อ่านสามารถทำกินเองได้ที่บ้าน รับรองว่าอร่อยเหาะเลยทีเดียว วัตถุดิบและเครื่องปรุงต่างๆ ในการทำต้มจับฉ่ายมีดังต่อไปนี้ กะหล่ำปลี 1 หัว (เลือกหัวที่ใหญ่ๆ มีน้ำหนักหน่อยนะครับ ใบด้านนอกต้องเลือกที่มีสีเขียวอ่อนออกขาว) ผักกาด 800 กรัม (ควรเลือกที่มีสีเขียวสดและไม่เหี่ยว เพราะจะทำให้ต้มจับฉ่ายของเรากรอบน่ารับประทาน) ผักกวางตุ้ง 1 กิโลกรัม (ควรเลือกต้นที่ใบกลม ก้านไม่ยาวมาก) ผักคะน้า 1 กิโลกรัม (ควรเลือกที่ใบมีสีเขียวสด ไม่เหี่ยว) หัวไชเท้า 1 หัวใหญ่ (ให้เลือกซื้อหัวที่เนื้อแน่น ไม่มีรอยช้ำ) ซี่โครงหมู (สำหรับทำให้น้ำซุปอร่อยและกลมกล่อมมากขึ้น) รากผักชี 5 ราก พริกไทยเม็ด 2 ช้อนชา กระเทียม ซีอิ๊วขาว น้ำตาลปี๊บ (ไม่ควรใช้นำตาลทราย เพราะหวานแหลมเกินไป) เกลือ (ไม่ควรใช้น้ำปลาเพราะจำทำให้น้ำซุปมีกลิ่นคาว) เมื่อวัตถุดิบทุกอย่างพร้อม ก็เข้าสู่ขั้นตอนการปรุงแล้วครับ ให้นำเอา รากผักชี กระเทียม และพริกไทย โขลกเข้าด้วยกันจนละเอียด …

อ่านต่อ »
สงสัยไหม? ทำไมถึงเรียกว่าส้มตำ ประวัติของส้มตำมีความเป็นมาอย่างไร

สงสัยไหม? ทำไมถึงเรียกว่าส้มตำ ประวัติของส้มตำมีความเป็นมาอย่างไร

หลายคนคงกำลังสงสัยว่า “ส้มตำ” อาหารประจำชาติของประเทศไทย ทำไมถึงเรียกว่าส้มตำกันนะ ทั้งๆที่วัตถุดิบก็คือนำมะละกอมาตำ เอ๊ะ หรือว่า..คนคิดเมนูคนแรกชื่อส้ม วันนี้เรามีเกร็ดความรู้มาไขข้อข้องใจให้เพื่อนๆกันค่ะ ทำไมเรียกว่าส้มตำ? อันที่จริงไม่ใช่ชื่อของคนทำหรืออะไรหรอกค่ะ ที่ชื่อส้มตำก็เพราะเป็นการนำคำสองคำมาผสมกันนั่นเอง ก่อนอื่นต้องแยกคำก่อนนะคะ คำแรก “ส้ม” มาจากภาษาท้องถิ่น ที่หมายความว่า รสเปรี้ยว ส่วนคำที่สองคือ “ตำ” หมายความว่า การใช้สากหรือสิ่งของอื่นที่คล้ายคลึงทิ่มลงไปอย่างแรงเรื่อยๆ เมื่อจับทั้งสองคำมารวมร่างกันก็จะได้ความหมายคือ อาหารรสเปรี้ยวที่ทำโดยการตำ นั่นเองค่ะ นอกจากนี้ ส้มตำยังมีชื่อเรียกในภาษาท้องถิ่นอีกหลายชื่อ เช่น ตำบักหุ่ง, ตำมะละกอ ส้มตำ เป็นการปรุงอาหารโดยมีส่วนประกอบหลักคือการขูดมะละกอออกเป็นเส้นๆใส่ลงไปในครก พร้อมกับใส่วัตถุดิบต่างๆ เช่น ถั่วฝักยาว กระเทียม มะเขือเทศลูกเล็ก มะเขือเปราะ มะเขือสีดา พริกสด พริกแห้ง เสร็จแล้วปรุงรสด้วยน้ำตาลทรายขาวหรือน้ำตาลปี๊บ เติมน้ำปลา มะนาว ตามความชอบ ส่วนประกอบต่างๆเหล่านี้ทำให้ส้มตำมีรสที่เป็นเอกลักษณ์ เปรี้ยว เค็ม เผ็ด แซ่บนัวถูกใจใครหลายๆคน สำหรับคนไทยในภาคอีสานนิยมกินส้มตำรสเค็มเผ็ด และคนไทยในภาคกลางนิยมกินรสเปรี้ยวหวาน นอกจากนี้ยังมีเครื่องเคียงที่มักมาคู่กันจนแทบขาดกันไม่ได้อย่าง ปลาดุกย่าง ไก่ย่าง แคบหมู ขนมจีน เส้นหมี่ และผักสด เช่น ผักบุ้ง …

อ่านต่อ »
เปิดตำรา วิธีชงชาอย่างไรให้หอมอร่อยด้วยขั้นตอนแบบง่ายๆ

เปิดตำรา วิธีชงชาอย่างไรให้หอมอร่อยด้วยขั้นตอนแบบง่ายๆ

ชา เป็นหนึ่งในเครื่องดื่มที่ได้รับความนิยมมาอย่างยาวนาน ซึ่งหลายๆ คนเชื่อว่าการดื่มชานั้นจะช่วยให้สุขภาพดี ทำให้ในปัจจุบันมีชาต่างๆ มากมายวางขายอยู่ในท้องตลาดทั้งในรูปแบบของใบชา ชาผงพร้อมชง หรือชาซองสำเร็จรูปที่ต้องนำมาแช่ในน้ำร้อนก่อน เป็นต้น ซึ่งชาที่เชื่อว่าดีที่สุดก็คือ ชาที่ทำการชงชาแบบใบชานั่นเอง ซึ่งการชงชาแบบใบชานั้นต้องมีวิธีการชงชาที่ถูกต้องเพื่อให้รสชาติของชากลมกล่อม และวิธีการชงนั้นก็จะแตกต่างกันออกไปตามชนิดของชา ชาที่ได้รับความนิยมในไทย เช่น ชาอูหลงหอม ชาเขียว เป็นต้น ชาอูหลงหอม มีหลักการในการชงอยู่ง่ายๆ ดังนี้ 1. น้ำที่ใช้ในการชงชา ควรเป็นน้ำที่สะอาดหรือน้ำกรองที่ต้มจนเดือด 2. ใช้น้ำร้อนกลั้วกาน้ำชา และอุปกรณ์ในการดื่มชาก่อนใช้ทุกครั้งอย่างน้อย 1 ครั้ง เพื่อให้มีอุปกรณ์เหล่านี้มีอุณหภูมิเท่ากับน้ำที่จะใช้ในการชงชา ซึ่งจะทำให้ได้ความหอมและรสชาติของชามากยิ่งขึ้น 3. ใส่ใบชาอูหลง 2-3 ช้อนชาต่อน้ำที่ใช้ในการชง150-200 มิลลิลิตร(CC) ลงในกาน้ำชาที่ว่างเปล่า 4. ในขั้นตอนที่ 4 นี้อาจจะมีข้อแตกต่างกันในวิธีการชงชาคือ • ถ้าเป็นชาอูหลงตุ้งติ้งอูหลง, ชาอูหลงก้านอ่อน, ชาอูหลงเบอร์ 12, ชาเถกวนอิม, ชาสี่ฤดู และชาจาเป่าหลงในขั้นตอนต่อไปจะทำการเติมน้ำร้อนให้ท่วมใบชา แล้วเทน้ำร้อนออกทันที ก่อนที่จะทำการเติมน้ำร้อนให้เต็มกาอีกครั้ง แล้วแช่ไว้ประมาณ 1 นาที หรือ 5 นาทีหากต้องกาดื่มชาแบบเย็น • ถ้าหากเป็นชาอูหลงจากกดอกหอมหมื่นลี้หรือดอกมะลิ ไม่ควรล้างใบชาก่อนเพราะชาพวกนี้มีดอกที่เล็ก …

อ่านต่อ »