หน้าแรก » ร่างกายของเรา » วิธีต้านอาการไมเกรน ควร-ไม่ควรรับประทานอาหารอะไรบ้าง

วิธีต้านอาการไมเกรน ควร-ไม่ควรรับประทานอาหารอะไรบ้าง

วิธีต้านอาการไมเกรน ควร-ไม่ควรรับประทานอาหารอะไรบ้าง

อาการปวดศีรษะข้างเดียวบริเวณขมับหรือท้ายทอย บางคนก็ปวดทั้งสองข้างเป็นประจำ สร้างความทรมานให้กับผู้ป่วยไมเกรนไม่น้อย ซึ่งอาการดังกล่าวมีปัจจัยหลายประการที่มากระตุ้นทำให้อาการกำเริบ เช่น ความเครียด สภาพอากาศ สถานที่และมลภาวะต่างๆ ที่สำคัญที่สุดคือ อาหารที่รับประทานในแต่ละวัน

ผู้ป่วยไมเกรนควรหลีกเลี่ยงอาหารหรือสารบางชนิด ดังต่อไปนี้

– อาหารที่มีไนเตรท สารไนไตรท์ ซึ่งพบมากใน ไส้กรอก เบคอน กุนเชียง

– คาเฟอีน ชา กาแฟ ที่สำคัญควรงดดื่มเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ทุกชนิดโดยเฉพาะไวน์แดง

– อาหารที่มีสารไทรามีน แทนนิน เป็นส่วนประกอบ ซึ่งพบมากใน ซ็อกโกแลตหรือโกโก้ เนยแข็ง

– อาหารที่มีสารปรุงแต่งหรือสารถนอมอาหาร เช่น ผงชูรส น้ำตาลเทียม

สำหรับอาหารที่มีส่วนช่วยในการป้องกันและบรรเทาอาการป่วยไมเกรนได้นั้นมีให้เลือกรับประทานอยู่หลากหลาย ขอแนะนำเมนูสำคัญที่หาซื้อได้ง่ายตามท้องตลาด ห้างสรรพสินค้า ดังนี้

– อาหารที่มีกรดโอเมก้า 3 พบได้ใน ปลาทะเล จำพวก แซลมอน ซาร์ดีน ทูน่า รวมทั้งน้ำมันปลา ซึ่งมีส่วนช่วยให้หลอดเลือดยืดหยุ่น สามารถป้องกันอาการปวดไมเกรนได้

– อาหารที่มีแมกนีเซียม วิตามินบี2 เป็นส่วนประกอบ พบได้ใน เมล็ดธัญพืช ข้าวกล้อง ข้าวซ้อมมือ ข้าวโอ๊ต

– พืชสมุนไพรบางชนิดสามารถรักษาไมเกรน เช่น กระเทียม ใบบัวบก ดอกแค พริกไทยดำ

ทั้งนี้เราอยากให้ทุกคนรับประทานอาหารให้ตรงต่อเวลา พักผ่อนให้เพียงพอ ทำจิตใจให้ผ่อน หลีกเลี่ยงจากสภาพอากาศที่มีมลพิษ หรือสภาพอากาศที่มีอุณหภูมิสูงหรือต่ำจนเกินไป หมั่นดูแลรักษาสุขภาพ และออกกำลังกายเป็นประจำ เพียงเท่านี้ก็จะห่างไกลจากอาการปวดไมเกรนได้อย่างแน่นอน

ติดตามเกร็ดความรู้ใหม่ๆ เรื่องน่ารู้รอบโลก บน Facebook คลิกที่นี่!!
เกร็ดความรู้.com มี LINE แล้วนะ
ติดตามเรื่องราวน่ารู้ สดใหม่ทุกวันผ่าน LINE ID @yip7695q
เพิ่มเพื่อน

สาระน่ารู้

5 วิธีแก้ไขปัญหาขาหนีบดำคล้ำ ทำอย่างไรให้กลับมาขาวสวยเพื่อความมั่นใจ

5 วิธีแก้ไขปัญหาขาหนีบดำคล้ำ ทำอย่างไรให้กลับมาขาวสวยเพื่อความมั่นใจ

ผู้หญิงทุกคนมักจะให้ความสำคัญกับความงามบนเรือนร่างของตัวเองมากเป็นพิเศษ แม้กระทั่งความสวยงามในจุดลับอย่างขาหนีบ ซึ่งเมื่อเกิดรอยด่างดำหรือว่ามีสีที่ไม่พึงประสงค์ขึ้นมาก็มักจะทำให้สาวๆ หมดความมั่นใจเอาง่ายๆ เลย อาจจะเป็นเพราะว่าบางครั้งเวลาที่ต้องใส่ชุดว่ายน้ำโชว์เรือนร่างทำให้ไม่มั่นใจ หรืออาจจะเกิดกับชายหนุ่มคนรักที่เมื่อต้องให้ฝ่ายชายเชยชม เลยรู้สึกไม่มั่นใจกับสีที่แปลกไปของขาหนีบ อาการขาหนีบดำ อาจจะมาจากพันธุกรรมสีผิว ซึ่งไม่สามารถที่จะแก้ไขได้ แต่ถ้าเกิดจากปัจจัยภายนอก อย่างเช่นการเสียดสีมากจนเกินไปของขาทั้งสองข้างก็สามารถทำให้ดำได้ โดยเฉพาะผู้หญิงรูปร่างอ้วนที่มักจะเกิดการเสียดสีที่บริเวณนั้นบ่อยครั้งด้วยเช่นกัน และความอับชื้นที่เกิดขึ้น …

ขอเสียงคนรักการอ่านหน่อยจ้า รอโหลดคอมเม้นต์ด้านล่าง แล้วร่วมแสดงความคิดเห็นกับเพื่อนๆได้เลย!