หน้าแรก » เกร็ดความรู้ทั่วไป (page 5)

เกร็ดความรู้ทั่วไป

5 เคล็ดลับ วิธีดูพระแท้ ไม่แท้ ปลอม ไม่ปลอม หลักการเบื้องต้นสำหรับมือใหม่

พระเครื่องนั้น ถือเป็นสินค้าประเภทพุทธพาณิชย์ที่มีมูลค่าสูง และประเทศไทยเรานั้นมีตลาดค้าพระเครื่องที่ใหญ่ที่สุดในโลกซึ่งเมื่อเป็นสินค้าที่มีมูลค่าสูง จึงมักมีคนทำพระปลอมเลียนแบบออกมาขายมากมาย และวิธีการดูพระแท้นั้น ไม่มีทฤษฎีไหนที่ได้ผลแบบ 100 เปอร์เซ็นต์ซะด้วยครับ ดังนั้นจึงเป็นเรื่องที่ยุ่งยากอยู่เหมือนกันสำหรับการจะซื้อพระแต่ละครั้ง แต่ก็พอมีคำแนะนำที่รวบรวมจากเซียนพระหลายๆ คนมาบอกกล่าวกันครับ 1. ศึกษาประวัติศาสตร์ต่างๆ ของการสร้างพระองค์นั้นๆ อย่างดี เช่น สร้างขึ้นเมื่อไหร่ โดยใคร เป็นเนื้อแบบไหน สร้างกี่องค์ มีจุดเด่นหรือจุดตำหนิอะไรบ้าง วิธีนี้เป็นวิธีที่ได้ผลมากที่สุด เพราะพระปลอมนั้นมักจะทำออกมาได้ไม่เหมือนพระจริง 100 เปอร์เซ็นต์หรอกครับ ต้องมีจุดที่แตกต่างให้สามารถดูออกหรือจับผิดกันทั้งนั้น ยิ่งเป็นคนที่รู้ประวัติของพระองค์นั้นๆ มาแล้วเป็นอย่างดี ยิ่งไม่มีทางหลอกย้อมแมวขายได้ 2. เทียบดูกับพระองค์จริง วิธีนี้เหมาะสำหรับผู้ที่มีพระองค์จริงอยู่ในครอบครอง เพราะสามารถหยิบมาเปรียบเทียบกันได้โดยตรง ว่ามีส่วนไหนที่แตกต่างกันออกไปบ้าง หรือหากใครที่ไม่มีองค์พระจริงให้เทียบดูได้ แนะนำให้ดูจากภาพถ่ายตามนิตยสารพระครับ เพราะจะมีการซูมถ่ายให้เห็นกันทุกซอกทุกมุมเลยทีเดียว 3. สอบถามข้อมูลจากผู้เชี่ยวชาญ หรือเซียนพระ ซึ่งคนพวกนี้มันจะมีข้อมูล หรือกลเม็ดเคล็ดลับอะไรที่เราไม่ค่อยรู้ หรือไม่เคยรู้ ดังนั้นการขอข้อมูลจากผู้เชี่ยวชาญ ก็เป็นอีกวิธีหนึ่งในการดูพระครับ 4. ต้องเตือนตัวเองอยู่เสมอว่า พระแท้นั้นมักไม่ค่อยมีราคาถูกนัก โดยเฉพาะพระดังๆ อย่างเช่น พระสมเด็จ พระนางพญา พระผงสุพรรณ ซึ่งปกติดแล้วพระเหล่านี้มักมีราคาสูงมาก เมื่อท่านพบเห็นพระประเภทนี้ปล่อยให้เช่า แต่ราคาถูกมาก ให้คิดไว้ก่อนเลยว่าอาจเป็นพระปลอม ทางที่ดีให้ตรวจดูรายละเอียด เนื้อพระ ปีที่สร้าง …

อ่านต่อ »

ข้อแนะนำเมื่อทำแผ่นป้ายทะเบียนรถหาย ต้องทําอย่างไรก่อนเป็นอันดับแรก

ป้ายทะเบียนรถ ถือว่าเป็นส่วนที่สำคัญสำหรับผู้ขับขี่รถทุกประเภทก็ว่าได้ ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์ รถมอเตอร์ไซต์ เพราะเจ้าป้ายทะเบียนนี้คือตัวที่บอกว่าใครเป็นเจ้าของรถ ทะเบียนรถนี้ปกติมักจะติดอยู่กับตัวรถ แต่ก็มีบ้างเหมือนกันที่มันหลุดหายไป ซึ่งก็เป็นได้จากหลายๆ สาเหตุ เช่น อุบัติเหตุทำให้ป้ายหลุด หรือตัวยึดป้ายนั้นเกิดสนิมและทำให้ตัวป้ายหลุดออกไปเอง (กรณีนี้พบเยอะมากเมื่อเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ปี 2554) และหลายคนอาจจะสงสัยว่า เมื่อทะเบียนรถของเราหายไปแล้ว จะสามารถทำอย่างไรได้บ้าง วันนี้เรามีข้อแนะนำมาฝากกันครับ 1. มองหาดูรอบๆ ก่อน เป็นวิธีการแรกที่แนะนำ เพราะเจ้าป้ายที่ว่านี้เมื่อมันหลุดออกมันคงไม่ลอยหายไปไหนไกลๆ แน่ (ยกเว้นกรณีที่เจ้าของไม่รู้ว่ามันหลุดหายและขับรถออกมาจากบริเวณนั้น) ดังนั้นให้ลองมองหาดูรอบๆ บริเวณก่อน เผื่อว่ามันจะหลุดหล่น หรือตกอยู่บริเวณนั้น 2. แจ้งความ หากหาไม่เจอจริงๆ ให้รีบไปที่โรงพักใกล้บ้านแล้วแจ้งความเป็นบันทึกประจำวันเอาไว้ แนะนำว่าอย่าลืมนำเอาเอกสารประจำตัวต่างๆ ของคุณติดตัวไปด้วยและที่สำคัญห้ามลืม กท. รถของตนเป็นอันขาด เพราะเจ้าหน้าที่จะได้รู้ว่าตัวอักษรและเลขทะเบียนรถของคุณนั้นเป็นตัวอะไร และเมื่อเสร็จสิ้นขั้นตอนกระบวนการแจ้งความแล้ว ต้องเสียค่าแจ้งความ 20 บาทเท่านั้น 3. เมื่อเสร็จสิ้นกระบวนการแจ้งความแล้ว ให้เข้าสู่กระบวนการขอป้ายใหม่ภายในเวลาไม่เกิน 15 วันนับแต่แจ้งความ ซึ่งการขอป้ายใหม่นี้สามารถแบ่งออกได้เป็นสองแบบดังต่อไปนี้ – หากเป็นรถที่ยังผ่อนอยู่นั้น เจ้าของรถที่แท้จริงคือไฟแนนซ์ ให้เรารีบติดต่อไปยังไฟแนนซ์ของเราโดยทันที เพื่อแจ้งให้เจ้าหน้าที่ของไฟแนนซ์รับทราบว่าป้ายทะเบียนรถหาย จากนั้นเจ้าหน้าที่ของไฟแนนซ์จะดำเนินเรื่องทั้งหมดให้ แต่ต้องมีค่าใช้จ่ายตามที่ไฟแนนซ์กำหนด ซึ่งส่วนนี้สามารถสอบถามได้โดยตรงกับไฟแนนซ์ครับ – หากเป็นรถที่ผ่อนหมดแล้ว หรืออีกนัยหนึ่งนั้นรถเป็นของคุณโดยสมบูรณ์ ให้ติดต่อไปที่ขนส่งจังหวัดที่เราใช้ป้ายทะเบียนนั้นๆ …

อ่านต่อ »

รู้ไหมว่าบัตรเครดิตวีซ่าและมาสเตอร์การ์ด แตกต่างกันอย่างไร แบบไหนดีกว่ากัน

คุณเคยสงสัยกันหรือเปล่าครับ ว่าความแตกต่างของบัตรวีซ่า (Visa) และบัตรมาสเตอร์การ์ด (Master Card) นั้นคืออะไร เพราะทั้งสองอย่างก็สามารถใช้ชำระสินค้าหรือบริการได้เหมือนกัน หนำซ้ำยังเป็นบัตรที่มีความเป็น International หรือนิยมใช้ไปทั่วโลกเสียอีก เอาล่ะครับ วันนี้เราจะมาพูดถึงความแตกต่างของเจ้าบัตรสองค่ายนี้กัน 1. การยอมรับ คงต้องบอกว่าความต่างอันดับแรกนั้นอยู่ที่การยอมรับและการใช้งาน วีซ่ามีเครือข่ายการใช้งานมากถึง 28 ล้าน จากร้านค้าหรือองค์การต่างๆ ทั้งน้อยใหญ่ทั่วโลก รวมถึงมีตู้เอทีเอ็มสำหรับถอนเงินอัตโนมัติถึง 200 ประเทศทั่วโลก แต่มาสเตอร์การที่มีเครือข่าวการใช้งานมากกว่า 30 ล้านนั้นไม่สามารถเข้าถึงคนทุกกลุ่ม ยกตัวอย่างเช่น ผมสามารถใช้บัตรวีซ่าซื้อของในอีกประเทศหนึ่ง แต่ไม่สามารถใช้มาสเตอร์การ์ดได้ในอีกประเทศหนึ่ง เป็นต้น 2. ผลประโยชน์ที่ได้รับ ทั้งวีซ่าและมาสเตอร์การ์ดนั้นต่างหยิบยื่นผลประโยชน์ที่แตกต่างกันออกไปให้กับผู้ใช้งาน ซึ่งผลประโยชน์ที่ว่านี้ก็แตกต่างกันออกไปตามแต่ชนิดการให้บริการ ยกตัวอย่างเช่น ผู้ใช้บัตรวีซ่า สามารถจองห้องพักพร้อมชำระได้ รวมไปถึงการอัพเกรดห้อง การใช้งานฟิตเนส สปา ซาวน่า หรือท่องเที่ยว พร้อมได้แต้มสำหรับนำไปสะสมเพื่อรับบริการพิเศษ ส่วนทางด้านมาสเตอร์การ์ดนั้นก็มีบริการแบบนี้เช่นเดียว ดังนั้นไม่ถือว่าแตกต่างกันมากนักในข้อนี้ อยู่ที่สถานที่หรือบริการที่เจ้าของบัตรต้องการใช้งานมากกว่า 3. ส่วนลด แน่นอนกว่าทั้งสองบัตรนั้นย่อมมีการให้ส่วนลด เพื่อเพิ่มยอดการใช้งานและคืนผลประโยชน์ให้กับลูกค้า ทั้งนี้ส่วนลดนั้นถือเป็นกลยุทธ์ที่สำคัญในการมัดใจลูกค้าก็ว่าได้ เช่น การซื้อของ การเช่าบริการต่างๆ ข้อนี้ก็ถือว่าบัตรทั้งสองไม่แตกต่างกันมากนัก เพราะต่างก็แข่งขันกันด้านส่วนลด (วีซ่าลดได้สูงสุด 15% ดังนั้นมาสเตอร์การ์ดก็คงประมาณนี้) …

อ่านต่อ »

การเตรียมตัวก่อนบวช มีขั้นตอนการปฏิบัติอย่างไรบ้าง

การบวชนั้นเป็นหน้าที่อย่างหนึ่ง ของผู้ที่อยู่ในศาสนาพุทธพึงกระทำ เพราะการบวชหมายถึงการชำระล้างจิตใจ และการอุทิศตนเพื่อศึกษาพระธรรมคำสอนต่างๆ ของพระพุทธเจ้า ตลอดจนเป็นการทดแทนพระคุณของบิดามารดาอีกด้วย ดังนั้นในช่วงชีวิตหนึ่งของลูกผู้ชายไทยนั้น ต้องหาโอกาสบวชเข้าสู่ร่มกาสาวพัตร์ให้ได้ และสำหรับผู้ที่ตั้งใจจะบวช วันนี้เรามีวิธีการเตรียมตัวมาฝากกัน 1. การท่องบทขานนาค โดยปกติก่อนการบวชนั้น ผู้ที่ตั้งใจจะบวชจำเป็นต้องท่องบทขานนาคให้ได้เพื่อที่ว่า ในวันบวชจริงนั้นเราจะต้องท่องบทสวดบทนี้นั่นเอง (ในสมัยโบราณผู้ที่จะบวชจะลงทุนไปนอนที่วัดเพื่อศึกษาบทขนาดนาคนี้ก่อนนานนับสัปดาห์ก่อนการบวชจริง) ซึ่งงานบวชของเรานี้ถือว่าเป็นงานใหญ่ครั้งหนึ่งในชีวิต เพราะสายตาของญาติโยมทั้งหมดในงานจะจ้องมาที่เราจุดเดียวเมื่อถึงขั้นตอนการขานนาค ดังนั้นการเตรียมตัวท่องบทนี้ไปตั้งแต่เนิ่นๆ คงจะดีกว่าการไปนั่งอ้ำๆ อึ้งๆ ให้ญาติโยมท่านเสื่อมศรัทธา จริงไหมครับ 2. การตรวจร่างกายและเซ็นใบสมัคร เป็นการตรวจหาความผิดปกติต่างๆ ที่อาจเป็นอุปสรรคต่อการบวช เช่น ป่วยไข้อะไรหรือไม่ มีโรคประจำตัวหรือเปล่า เป็นต้น รวมถึงใบสมัคร เพราะสมัยนี้การที่จะบวชได้ต้องมีลายเซ็นยินยอมจากพ่อแม่หรือผู้ปกครองเสียก่อน 3. จัดเตรียมข้าวของเครื่องใช้ส่วนตัวในระหว่างที่บวช เช่น สบู่ ยาสระผม แปรงสีฟัน ยาสีฟัน ฯลฯ นอกจากนั้นต้องจัดเตรียมเครื่องอัฐบริขาร 8 ซึ่งประกอบไปด้วย ผ้าสบง จีวร ผ้าสังฆาฏิ (หรือผ้าพาดไหล่) และสายรัดประคด ซึ่งของเหล่านี้สามารถหาซื้อได้ตามร้านสังฆภัณฑ์ทั่วไปครับ 4. การขอขมาลาโทษ การบวชนั้นเป็นการชำระล้างจิตใจดังนั้นผู้ที่บวชจึงต้องมีหน้าที่ ไปขออโหสิกรรม หรือขอขมาลาโทษจากทั้งพ่อแม่ หรือญาติพี่น้อง รวมไปถึงคนที่ผู้บวชเคยได้ล่วงเกินหรือสร้างความขุ่นข้องหมองใจให้ เพื่อที่ว่าการบวชของเรานั้นจะได้รับการอนุโมทนาและบริสุทธิ์ผุดผ่อง สามารถศึกษาธรรมมะต่างๆ ได้อย่างเต็มที่ไม่ต้องกระวนกระวายใจนั่นเองครับ …

อ่านต่อ »
น้ำพุร้อนเกิดจากอะไร สาเหตุการเกิดน้ำพุร้อนแต่ละชนิดมีกระบวนการอย่างไรบ้าง

น้ำพุร้อนเกิดจากอะไร สาเหตุการเกิดน้ำพุร้อนแต่ละชนิดมีกระบวนการอย่างไรบ้าง

น้ำพุร้อน หมายถึง น้ำที่พ่นออกมาจากผิวดินขึ้นสู่อากาศ ด้วยความดันจากความร้อนใต้พิภพ ซึ่งน้ำพุร้อนนี้มีหลายขนาดและหลายประเภทแตกต่างกันออกไปตามสภาพภูมิประเทศหรือปัจจัยการเกิดของน้ำพุร้อนนั้นๆ เช่นปริมาณแร่ธาตุที่ละลายผสมอยู่ในน้ำ เป็นต้น ซึ่งเราสามารถแบ่งน้ำพุร้อนออกเป็นประเภทที่พบเห็นได้บ่อย และวิธีการเกิดได้ดังต่อไปนี้ 1. น้ำพุร้อนไกเซอร์ (Geyser) เป็นน้ำพุร้อนที่มีขนาดใหญ่และกำลังแรงมาก อาจะพ่นน้ำได้สูงขึ้นไปในอากาศได้ถึง 60 เมตรเลยก็ได้ เกิดจากการสะสมความร้อนจากน้ำในโพรงดินใต้พื้นพิภพ และไม่สามารถระบายออกมาได้ เมื่อความร้อนไม่สามารถระบายออกมาได้ ก็จะสะสมกักเก็บจนมีแรงดันมหาศาลที่สามารถพ่นน้ำให้สูงขึ้นไปได้ในอากาศ และเมื่อความร้อนคลายออกไปจนหมดแล้ว จะเข้าสู่การเก็บสะสมความร้อนใหม่อีกครั้ง 2. น้ำพุร้อน ( Hot Spring ) เกิดจากน้ำที่ไหลออกมาจากทางน้ำใต้พื้นดิน ซึ่งมีอุณหภูมิที่สูงกว่าร่างกายมนุษย์ โดยมากน้ำที่ไหลออกมาจะเป็นลักษณะของการปลดปล่อยพลังงาน และเมื่อน้ำที่ไหลออกมานั้นคลายความร้อนหรือพลังงานลงก็จะไหลกลับคืนสู่แหล่งอีกครั้ง ซึ่งบ่อน้ำพุประเภทนี้มักจะมีแร่ธาตุต่างๆ เจือปนอยู่ด้วยทำให้มักมีสีหรือกลิ่นที่แตกต่างกันออกไป น้ำพุร้อนประเภทนี้พบได้มากใน ไทย ไอซ์แลนด์ นิวซีแลนด์ เป็นต้น 3. บ่อไอเดือดหรือพุก๊าซ (Fumarole) มีลักษณะที่เป็นปล่องหรือหลุม ซึ่งมักจะมีไอน้ำระเหยเป็นไออยู่ตลอดเวลา ทั้งนี้ก็เพราะในบริเวณนั้นมีน้ำน้อย แต่มีอุณหภูมิใต้พื้นดินที่มีความร้อนสูง ทำให้น้ำที่อยู่บริเวณนั้นระเหยกลายเป็นไออยู่ตลอดเวลา น้ำพุร้อนประเภทบ่อเดือดนี้พบได้มากในประเทศที่มีภูเขาไฟ 4. บ่อโคลนเดือด หรือบ่อพุเดือด(Mud pot) มีลักษณะเป็นบ่อที่มีน้ำผสมกับดินจนกลายเป็นดินเหลว ประกอบกับเมื่อมีความร้อนใต้ชั้นดินด้านล่างที่สูงจัด จนดันไอน้ำที่มีพลังงานความร้อนจัดขึ้นมาทะลุชั้นผิวที่เป็นโคลน ทำให้ดูเหมือนเป็นการระเบิดย่อยๆ บ่อชนิดนี้มักมีกำมะถันเจือปนอยู่ด้วย ดังนั้นจึงมักจะได้กลิ่นของกำมะถันกระจายอยู่ทั่วบริเวณ พบบ่อประเภทนี้ได้บ่อยมากในประเทศที่มีภูเขาไฟ น้ำพุร้อนในแต่ละที่นั้นมีอุณหภูมิที่แตกต่างกันออกไปนะครับ …

อ่านต่อ »