หน้าแรก » เกร็ดความรู้ทั่วไป (page 3)

เกร็ดความรู้ทั่วไป

ทําไมประเทศญี่ปุ่นถึงเกิดเหตุแผ่นดินไหวอยู่บ่อยครั้ง

ทําไมประเทศญี่ปุ่นถึงเกิดเหตุแผ่นดินไหวอยู่บ่อยครั้ง?

การเกิดแผ่นดินไหว เป็นภัยพิบัติทางธรรมชาติอย่างหนึ่งที่สามารถเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ เพราะว่าเรานั้นอาศัยอยู่บนแผนเปลือกโลกที่สามารถเคลื่อนตัวได้ตลอดเวลา ดังนั้นการเกิดแผ่นดินไหวก็สามารถที่จะเกิดได้ตลอดเวลาด้วยเช่นเดียวกัน แผ่นเปลือกโลกสามารถขยับได้ทุกเมื่อ ขยับแรงมากหรือไม่นั้นก็อยู่ที่ตัวเราเองจะสามารถรู้สึกได้ ซึ่งเหตุการณ์แผ่นดินไหวนั้นสามารถเกิดขึ้นได้ทุกที่ แม้กระทั่งในประเทศไทยเราก็เกิดขึ้นมาแล้ว แต่อาจจะไม่รุนแรงเท่ากับประเทศหนึ่งคือ “ประเทศญี่ปุ่น” ประเทศญี่ปุ่น ถือว่าเป็นประเทศที่เกิดแผ่นดินไหวได้บ่อยมาก ซึ่งกลายเป็นเรื่องธรรมดาสำหรับที่นั่นไปแล้ว เกิดได้ทั้งการสั่นไหวแบบเบาๆ และข่าวล่าสุดที่มีแผ่นดินไหวจนเกิดสึนามิที่ญี่ปุ่น ทำให้เกิดความเสียหายต่อบ้านเมือง นอกจากนั้นก็ยังมีการสั่นสะเทือนตามมาอีกหลายต่อหลายครั้ง ที่ญี่ปุ่นเกิดแผ่นดินไหวได้แทบทุกวัน บางครั้งก็มีการสั่นไหวแบบที่สามารถรู้สึกได้แต่ไม่ได้สร้างความเสียหายมากนัก – ภูมิประเทศของประเทศญี่ปุ่นนั้นอาศัยอยู่บนพื้นที่ที่มีการเกิดภูเขาไฟระเบิดได้บ่อยครั้ง ทำให้เกิดการสั่นไหวและเกิดการสั่นสะเทือนได้อย่างรุนแรง จึงมีการเกิดแผ่นดินไหวได้มากครั้งที่สุด – ประเทศญี่ปุ่น เป็นประเทศที่มีรอยต่อของแผ่นเปลือกโลกมากกว่าประเทศอื่น ซึ่งประเทศญี่ปุ่นนั้นก็มีรอยเลื่อนหรือรอยต่อของแผ่นเปลือกโลกอยู่มาก เพราะมีแผ่นเปลือกโลกที่ต่อกันอยู่ 4 แผ่น รอยต่อของแผ่นเปลือกโลกนั้นสามารถขยับได้อยู่ตลอดเวลา นั่นเป็นสาเหตุว่าทำไมที่ประเทศญี่ปุ่นถึงได้มีเหตุการณ์แผ่นดินไหวบ่อยนัก รอยต่อของแผ่นเปลือกโลกที่ญี่ปุ่น สามารถเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา และยิ่งมีมากโอกาสจะเกิดก็บ่อยขึ้น เราจึงจะได้ทราบข่าวกันบ่อยๆ ว่าประเทศญี่ปุ่นนั้นมีแผ่นดินไหวบ่อย ความรุนแรงก็มีทุกระดับที่เกิดขึ้น ที่ประเทศญี่ปุ่นจึงมีการป้องกันตัวเองและหนทางปฏิบัติตัวเพื่อรับมือกับภัยธรรมชาตินี้อยู่ตลอดเวลา จนเป็นเรื่องปกติไปแล้ว มีการรักษาความปลอดภัย และคนในบ้านเมืองต่างก็รู้จักวิธีการที่จะทำให้ตัวเองนั้นปลอดภัยเมื่อเกิดแผ่นดินไหว แต่ถ้ารุนแรงอย่างคราวที่เกิดสึนามิที่คร่าชีวิตผู้คนอย่างมากมายก็ยากนักที่จะรับมือกับภัยพิบัติที่ธรรมชาติสร้างขึ้นได้ ไม่ว่าจะเป็นที่ใดก็ตามที่เกิดแผ่นดินไหว ไม่ควรจะอยู่ในที่สูง ควรหาที่หลบที่ปลอดภัยมากที่สุด และตั้งสติให้ได้มากที่สุด ซึ่งแทบทุกพื้นที่ไม่ว่าจะเป็นประเทศใดก็ตาม จะมีการเตือนภัยเมื่อเกิดภัยพิบัติเกิดขึ้น ไม่ว่าภัยธรรมชาติจะรุนแรงและลงโทษมนุษย์อย่างเรามากเพียงใด เชื่อว่าเมื่อพ้นเหตุการณ์ร้ายๆ นี้ไปแล้ว มนุษย์เราทุกคนพร้อมที่จะให้กำลังใจและให้ความช่วยเหลือกับทุกอย่างที่พังทลาย และไว้อาลัยกับทุกชีวิตที่เสียไป

อ่านต่อ »
8 เคล็ดลับ วิธีจำกัดมด ไล่มดแบบธรรมชาติและพิฆาตยกรัง

8 เคล็ดลับ วิธีจำกัดมด ไล่มดแบบธรรมชาติและพิฆาตยกรัง

“มด” ศัตรูตัวเล็กๆที่นอกจากกัดเจ็บแล้วยังก่อความยุ่งยากทำให้ต้องคอยระมัดระวังไม่ให้มดเข้าไปกัดกินหรือเข้าไปอยู่ในอาหาร ไล่ก็ไม่ไป กำจัดมดยังไงก็ไม่หมดสักที มด เมื่อเปรียบกับสัตว์ตัวเล็กๆหรือแมลงชนิดอื่นๆอาจมีอันตรายหรือก่อให้เกิดโรคต่างๆได้น้อยกว่า แต่ก็สามารถสร้างความรำคาญหรือทำให้ยุ่งยากและก่อให้เกิดความเสียหายได้มากกว่า เช่น มดที่อยู่ในอาหาร ในน้ำตาล ในเครื่องดื่ม หรืออยู่ในอาหารสำเร็จรูปต่างๆ วิธีไล่และกําจัดมด วิธีไล่และกำจัดมดทำได้หลายวิธี คล้ายๆกับการกำจัดแมลงชนิดอื่นๆ แต่มดสร้างความเสียหายให้มากกว่าเพราะมีจำนวนมาก สำหรับวิธีไล่และกำจัดทำได้ง่ายๆ ดังนี้ ชอล์กขีดมด เป็นวิธีไล่มดที่ทำได้ง่ายๆเพียงใช้ชอล์กขีดรอบๆขาโต๊ะที่ใช้สำหรับเก็บอาหาร ขนม เครื่องดื่ม หรืออาหารว่างที่เป็นอาหารของมดได้ เพราะส่วนผสมของชอล์กประเภทปูนขาวและอื่นๆ อาจมีฤทธิ์เป็นกรดหรือด่างทำให้มดเกิดอาการระคายเคืองได้ ป้องกันมดด้วยน้ำ โดยการเทน้ำใส่จานรองหรือภาชนะอื่นแล้วนำไปวางรองขาโต๊ะอาหาร หรือรองขาตู้ใส่กับข้าว วิธีนี้ทำได้ง่ายๆ สามารถป้องกันและไล่มดอย่างได้ผลโดยไม่ต้องมีค่าใช้จ่าย เปลือกไข่ไล่มด ไข่เป็นเมนูอาหารประจำบ้านของทุกคนอยู่แล้ว เปลือกไข่อย่าทิ้งแต่ให้รวมไว้ เมื่อมีมดรบกวนให้นำมาเผาไฟไล่มดได้ เพราะเปลือกไข่เมื่อถูกเผาไฟจะมีกลิ่นเหม็น ขั้นตอนง่ายๆเพียงนำเปลือกไข่เผาไฟพอมีกลิ่นไหม้ จากนั้นมดละเอียดแล้วนำไปโรยบริเวณที่มีมดหรือใกล้ๆรังมดช่วยไล่และกำจัดมดได้อย่างเห็นผล สบู่เหลวไล่มด ใช้สบู่เหลวผสมน้ำเปล่าให้เจือจางเล็กน้อย แล้วนำไปฉีดบริเวณโต๊ะอาหาร หรือบริเวณที่มีกลิ่นอาหารของมดทิ้งไว้สัก 3-5 นาที จากนั้นเช็ดออกด้วยผ้าสะอาด กลิ่นของสบู่เหลวจะติดอยู่ตามโต๊ะนอกจากมีกลิ่นเหม็นที่มดไม่ชอบแล้ว ยังทำให้มดเกิดการระคายเคืองช่วยป้องกันไม่ให้มารบกวนอาหารหรือสิ่งของต่างๆได้ ใช้ยาฉีดมด ยาฉีดมดจะช่วยกำจัดมดในรังหรือบริเวณที่มีมดรบกวนเป็นจำนวนมากๆ ได้อย่างเห็นผล อุปกรณ์ใกล้ตัว ใช้สิ่งของที่มีอยู่ในบ้านช่วยไล่และกำจัดมด เช่น ใช้แป้งฝุ่นตรางูโรยบริเวณพื้นที่มีมด ใช้น้ำหน่อไม้ดองหรือน้ำล้างหน่อไม้ดองเทราดบริเวณรังมดหรือบริเวณที่มีมดอยู่มากๆช่วยขับไล่มดได้ น้ำส้มควันไม้ เติมน้ำส้มควันไม้ 2-3 หยด ลงในถังน้ำที่ใช้ถูบ้าน กลิ่นและฤทธิ์ของน้ำส้มควันไม้จะช่วยขับไล่มด …

อ่านต่อ »
ห้อยพระประจําวันเกิดอย่างไรให้ถูกโฉลก เสริมดวงชะตาและโชคลาภ

ห้อยพระประจําวันเกิดอย่างไรให้ถูกโฉลก เสริมดวงชะตาและโชคลาภ

วิธีหาสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจของผู้ที่นับถือศาสนาพุทธที่นึกถึงได้เป็นอันดับแรกคือ การห้อยพระ ซึ่งชาวพุทธเชื่อว่าจะทำให้มีสิ่งศักดิ์สิทธิ์คอยปกป้องคุ้มครอง เสริมดวงชะตา ทำให้แคล้วคลาดปลอดภัย ปรับร้ายกลายเป็นดี การห้อยพระให้ถูกโฉลกเป็นความเชื่อที่มีมาแต่โบราณ โดยเฉพาะการห้อยพระตามวันเกิด ดังนี้ ผู้ที่เกิดวันจันทร์ ควรห้อยพระที่ช่วยเสริมบารมีในเรื่องของอำนาจ เช่น พระกรุวัดราชบูรณะ จังหวัดอยุธยา , พระเชตุพน จังหวัดสุโขทัย ผู้ที่เกิดวันอังคาร ควรห้อยพระที่ช่วยให้จิตใจเยือกเย็น มีสมาธิ เป็นพระเนื้อผงในตระกูลสมเด็จ เช่น พระสมเด็จวัดระฆัง , พระสมเด็จวัดเกศไชโย ผู้ที่เกิดวันพุธ แบ่งเป็นวันพุธตอนกลางวัน ควรห้อยพระที่ช่วยส่งเสริมความก้าวหน้าเป็นพระประเภทปางลีลา เช่น พระกำแพงเพชรลีลา ส่วนผู้ที่เกิดวันพุธตอนกลางคืนควรห้อยพระเครื่องที่มีพลังศักดิ์สิทธิ์มาก เช่น พระพุทธโสธร ผู้ที่เกิดวันพฤหัสบดี ควรห้อยพระที่ช่วยเสริมดวงวาสนา ให้หาพระพิมพ์ในพิมพ์ปางเปิดโลก เป็นพระแห่งปัญญา เช่น พระร่วงเปิดโลกพิมพ์เม็ดทองหลาง จังหวัดกำแพงเพชร ผู้ที่เกิดวันศุกร์ ควรห้อยพระที่ช่วยเตือนสติไม่ให้หลงในสิ่งต่างๆ เช่น พระปิดตาของหลวงปู่โต๊ะ วัดประดู่ฉิมพลี ผู้ที่เกิดวันเสาร์ ควรห้อยพระที่ทำจากว่านเพราะบริสุทธิ์จากธรรมชาติ เช่น พระว่านจำปาศักดิ์ ประเทศลาว , พระว่านหลวงปู่ทวดวัดช้างไห้ จังหวัดปัตตานี ผู้ที่เกิดวันอาทิตย์ ควรห้อยพระที่ส่งเสริมด้านความร่มเย็น เช่น พระกริ่งคลองตะเคียน จังหวัดอยุธยา , พระรอดลำพูน …

อ่านต่อ »

5 วิธีพิสูจน์หยกแท้-หยกเทียม ลักษณะของหยกที่ดีต้องดูอย่างไร

หยกเป็นแร่ธาตุที่มีราคาสูง และนิยมใช้ทำเป็นเครื่องประดับและข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ เช่น กำไร แหวน หรือแม้พระพุทธรูปนั้นก็มีไม่น้อยที่สร้างจากหยก ความที่มันเป็นแร่ที่หายากและราคาแพงนี้เอง จึงมีผู้คิดค้นการทำเลียนแบบขึ้นจากวัสดุต่างๆ ซึ่งด้วยเทคโนโลยีปัจจุบันนี้ก็ช่วยให้มิจฉาชีพพวกนี้สามารถทำหยกปลอมได้ง่ายขึ้น แต่การจะสังเกตว่าอันไหนเป็นหยกปลอมหรือหยกแท้นั้น ก็ไม่ใช่ว่าไม่มีทางเอาเสียเลย เพียงแต่ต้องอาศัยไหวพริบและความเคยชินกันสักหน่อยครับ วิธีทดสอบหยกแท้-หยกเทียม เคาะหยกเพื่อฟังเสียง นำหยกมาเคาะกันดู หากเป็นหยกแท้นั้นจะมีเสียงดังกังวานเสนาะหู แต่ถ้าเป็นหยกปลอมนั้นจะออกเสียงทึบๆ ไม่ใสเท่าที่ควร ข้อแนะนำสำหรับวิธีนี้คือ ไม่ควรเคาะแรงจนเกินไป เพราะอาจทำให้เนื้อหยกนั้นแตกหรือบิ่นได้ รู้สึกเย็นเมื่อสัมผัส ธรรมชาติของหยกนั้นมักจะมีเนื้อสัมผัสที่เย็น ดังนั้นเมื่อต้องการพิสูจน์ว่าเป็นหยกแท้หรือไม่ ควรนำมาวางไว้ในมือหรือกำไว้สักครู่ หากเนื้อหยกมีสัมผัสที่ไม่เย็น ให้ตีไว้ก่อนว่าเป็นของปลอม แต่วิธีนี้ก็ไม่แม่นยำเท่าไหร่นัก เพราะหยกก็คือหิน ที่สามารถเก็บความเย็นจากอุณหภูมิรอบตัวได้เท่านั้นเอง ใช้แสงไฟพิสูจน์ ให้นำหยกขึ้นส่องดูกับไฟ ซึ่งโดยธรรมชาติเนื้อหยกจะดูใสและสามารถส่องผ่านทะลุโดยแสงไฟได้ แต่ของปลอมส่วนมากนั้นเนื้อจะทึบ ไฟที่ส่องผ่านนั้น ไม่สามารถทะลุได้ แต่ในสมัยนี้มีกรรมวิธีการปลอมแปลงที่เหนือชั้นมากขึ้น หยกปลอมบางชิ้นอาจจะมีลักษณะโปร่งแสง ให้ดูด้วยการใช้กล้องส่องพลอยจะสามารถมองเห็นเนื้อหยกได้ชัดมาก และเปรียบเทียบได้ง่ายขึ้น ทดสอบกับกระจก นำหยกไปขูดกับกระจก ทั้งนี้เนื้อหยกนั้นจะมีลักษณะแข็งมาก ให้ทดลองดูว่านำไปขูดกับกระจกแล้วจะเป็นรอยหรือไม่ ถ้าเป็นแสดงว่าหยกแท้ แต่ถ้าไม่มีรอยหรือเกิดรอยไม่สม่ำเสมอนั้น ให้ตีความว่าเป็นหยกปลอมได้เลย แต่ข้อควรระวัง ไม่ควรขูดแรงจนเกินไป เพราะกระจกจะแตกได้ ทดสอบกับเส้นผม นำเส้นผมมาพันกับหยก แล้วจุดไฟลนที่หยก วิธีนี้ฮิตกันมากครับ เพราะสามารถทำได้ง่ายและร้านขายหยกส่วนใหญ่นั้นยอมให้ทดลองด้วยวิธีนี้ได้ ซึ่งถ้าลนไฟแล้วหยกร้อนขึ้น แต่เส้นผมไม่เป็นอะไร นี่คือหยกแท้ แต่ถ้าเส้นผมเกินไหม้ให้ตีความว่าหยกปลอมได้เลย ทั้งนี้วิธีการที่จะดูหยกแท้หรือปลอมนั้น …

อ่านต่อ »

5 เคล็ดลับ วิธีดูพระแท้ ไม่แท้ ปลอม ไม่ปลอม หลักการเบื้องต้นสำหรับมือใหม่

พระเครื่องนั้น ถือเป็นสินค้าประเภทพุทธพาณิชย์ที่มีมูลค่าสูง และประเทศไทยเรานั้นมีตลาดค้าพระเครื่องที่ใหญ่ที่สุดในโลกซึ่งเมื่อเป็นสินค้าที่มีมูลค่าสูง จึงมักมีคนทำพระปลอมเลียนแบบออกมาขายมากมาย และวิธีการดูพระแท้นั้น ไม่มีทฤษฎีไหนที่ได้ผลแบบ 100 เปอร์เซ็นต์ซะด้วยครับ ดังนั้นจึงเป็นเรื่องที่ยุ่งยากอยู่เหมือนกันสำหรับการจะซื้อพระแต่ละครั้ง แต่ก็พอมีคำแนะนำที่รวบรวมจากเซียนพระหลายๆ คนมาบอกกล่าวกันครับ 1. ศึกษาประวัติศาสตร์ต่างๆ ของการสร้างพระองค์นั้นๆ อย่างดี เช่น สร้างขึ้นเมื่อไหร่ โดยใคร เป็นเนื้อแบบไหน สร้างกี่องค์ มีจุดเด่นหรือจุดตำหนิอะไรบ้าง วิธีนี้เป็นวิธีที่ได้ผลมากที่สุด เพราะพระปลอมนั้นมักจะทำออกมาได้ไม่เหมือนพระจริง 100 เปอร์เซ็นต์หรอกครับ ต้องมีจุดที่แตกต่างให้สามารถดูออกหรือจับผิดกันทั้งนั้น ยิ่งเป็นคนที่รู้ประวัติของพระองค์นั้นๆ มาแล้วเป็นอย่างดี ยิ่งไม่มีทางหลอกย้อมแมวขายได้ 2. เทียบดูกับพระองค์จริง วิธีนี้เหมาะสำหรับผู้ที่มีพระองค์จริงอยู่ในครอบครอง เพราะสามารถหยิบมาเปรียบเทียบกันได้โดยตรง ว่ามีส่วนไหนที่แตกต่างกันออกไปบ้าง หรือหากใครที่ไม่มีองค์พระจริงให้เทียบดูได้ แนะนำให้ดูจากภาพถ่ายตามนิตยสารพระครับ เพราะจะมีการซูมถ่ายให้เห็นกันทุกซอกทุกมุมเลยทีเดียว 3. สอบถามข้อมูลจากผู้เชี่ยวชาญ หรือเซียนพระ ซึ่งคนพวกนี้มันจะมีข้อมูล หรือกลเม็ดเคล็ดลับอะไรที่เราไม่ค่อยรู้ หรือไม่เคยรู้ ดังนั้นการขอข้อมูลจากผู้เชี่ยวชาญ ก็เป็นอีกวิธีหนึ่งในการดูพระครับ 4. ต้องเตือนตัวเองอยู่เสมอว่า พระแท้นั้นมักไม่ค่อยมีราคาถูกนัก โดยเฉพาะพระดังๆ อย่างเช่น พระสมเด็จ พระนางพญา พระผงสุพรรณ ซึ่งปกติดแล้วพระเหล่านี้มักมีราคาสูงมาก เมื่อท่านพบเห็นพระประเภทนี้ปล่อยให้เช่า แต่ราคาถูกมาก ให้คิดไว้ก่อนเลยว่าอาจเป็นพระปลอม ทางที่ดีให้ตรวจดูรายละเอียด เนื้อพระ ปีที่สร้าง …

อ่านต่อ »