หน้าแรก » เกร็ดความรู้ทั่วไป (page 2)

เกร็ดความรู้ทั่วไป

น้ำพุร้อนเกิดจากอะไร สาเหตุการเกิดน้ำพุร้อนแต่ละชนิดมีกระบวนการอย่างไรบ้าง

น้ำพุร้อนเกิดจากอะไร สาเหตุการเกิดน้ำพุร้อนแต่ละชนิดมีกระบวนการอย่างไรบ้าง

น้ำพุร้อน หมายถึง น้ำที่พ่นออกมาจากผิวดินขึ้นสู่อากาศ ด้วยความดันจากความร้อนใต้พิภพ ซึ่งน้ำพุร้อนนี้มีหลายขนาดและหลายประเภทแตกต่างกันออกไปตามสภาพภูมิประเทศหรือปัจจัยการเกิดของน้ำพุร้อนนั้นๆ เช่นปริมาณแร่ธาตุที่ละลายผสมอยู่ในน้ำ เป็นต้น ซึ่งเราสามารถแบ่งน้ำพุร้อนออกเป็นประเภทที่พบเห็นได้บ่อย และวิธีการเกิดได้ดังต่อไปนี้ 1. น้ำพุร้อนไกเซอร์ (Geyser) เป็นน้ำพุร้อนที่มีขนาดใหญ่และกำลังแรงมาก อาจะพ่นน้ำได้สูงขึ้นไปในอากาศได้ถึง 60 เมตรเลยก็ได้ เกิดจากการสะสมความร้อนจากน้ำในโพรงดินใต้พื้นพิภพ และไม่สามารถระบายออกมาได้ เมื่อความร้อนไม่สามารถระบายออกมาได้ ก็จะสะสมกักเก็บจนมีแรงดันมหาศาลที่สามารถพ่นน้ำให้สูงขึ้นไปได้ในอากาศ และเมื่อความร้อนคลายออกไปจนหมดแล้ว จะเข้าสู่การเก็บสะสมความร้อนใหม่อีกครั้ง 2. น้ำพุร้อน ( Hot Spring ) เกิดจากน้ำที่ไหลออกมาจากทางน้ำใต้พื้นดิน ซึ่งมีอุณหภูมิที่สูงกว่าร่างกายมนุษย์ โดยมากน้ำที่ไหลออกมาจะเป็นลักษณะของการปลดปล่อยพลังงาน และเมื่อน้ำที่ไหลออกมานั้นคลายความร้อนหรือพลังงานลงก็จะไหลกลับคืนสู่แหล่งอีกครั้ง ซึ่งบ่อน้ำพุประเภทนี้มักจะมีแร่ธาตุต่างๆ เจือปนอยู่ด้วยทำให้มักมีสีหรือกลิ่นที่แตกต่างกันออกไป น้ำพุร้อนประเภทนี้พบได้มากใน ไทย ไอซ์แลนด์ นิวซีแลนด์ เป็นต้น 3. บ่อไอเดือดหรือพุก๊าซ (Fumarole) มีลักษณะที่เป็นปล่องหรือหลุม ซึ่งมักจะมีไอน้ำระเหยเป็นไออยู่ตลอดเวลา ทั้งนี้ก็เพราะในบริเวณนั้นมีน้ำน้อย แต่มีอุณหภูมิใต้พื้นดินที่มีความร้อนสูง ทำให้น้ำที่อยู่บริเวณนั้นระเหยกลายเป็นไออยู่ตลอดเวลา น้ำพุร้อนประเภทบ่อเดือดนี้พบได้มากในประเทศที่มีภูเขาไฟ 4. บ่อโคลนเดือด หรือบ่อพุเดือด(Mud pot) มีลักษณะเป็นบ่อที่มีน้ำผสมกับดินจนกลายเป็นดินเหลว ประกอบกับเมื่อมีความร้อนใต้ชั้นดินด้านล่างที่สูงจัด จนดันไอน้ำที่มีพลังงานความร้อนจัดขึ้นมาทะลุชั้นผิวที่เป็นโคลน ทำให้ดูเหมือนเป็นการระเบิดย่อยๆ บ่อชนิดนี้มักมีกำมะถันเจือปนอยู่ด้วย ดังนั้นจึงมักจะได้กลิ่นของกำมะถันกระจายอยู่ทั่วบริเวณ พบบ่อประเภทนี้ได้บ่อยมากในประเทศที่มีภูเขาไฟ น้ำพุร้อนในแต่ละที่นั้นมีอุณหภูมิที่แตกต่างกันออกไปนะครับ …

อ่านต่อ »
เมื่อธนบัตรชำรุดควรทำอย่างไร นำไปแลกคืนได้ที่ไหนบ้าง

เมื่อธนบัตรชำรุดควรทำอย่างไร นำไปแลกคืนได้ที่ไหนบ้าง

ธนบัตรหรือเงินนั้น ทำมาจากใยฝ้ายผสมกระดาษเป็นซะส่วนใหญ่ ดังนั้นเมื่อใช้ไปนานๆ ปัญหาที่เกิดขึ้นคือมักจะมีการชำรุดหรือฉีกขาด โดยเฉพาะกับธนบัตรที่ใช้มานานแล้วจนเก่า ดังนั้นหลายคนอาจจะมีคำถามว่า หากธนบัตรในมือเกิดการชำรุดขึ้นมาแล้ว จะสามารถจัดการอย่างไรได้บ้าง วันนี้เรามีคำตอบมาให้ครับ (ข้อมูลอ้างอิงจาก พรบ. เงินตรา พ.ศ. 2501) 1. หากธนบัตรนั้นฉีกขาดหรือชำรุดไม่มาก เช่นมุมใดมุมหนึ่งขาดออกไป โดยที่ส่วนที่ขาดนั้นไม่ได้หล่นหายไปไหน แนะนำให้ใช้เทปใสแปะปิดทับรอยขาดได้เลยครับ ยังสามารถใช้ชำระหนี้ หรือซื้อของได้ตามปกติ แต่วิธีนี้เหมาะสำหรับธนบัตรที่ชำรุดไม่มากนักนะครับ หากขาดหรือแหว่งไปมากๆ ไม่แนะนำให้ทำอย่างเด็ดขาด 2. หากธนบัตรนั้นขาดครึ่ง หรือขาดออกจากกันจนไม่สามารถซ่อมแซมได้ทั้งแนวตั้งและแนวนอน ให้นำไปแลกที่ธนาคารออมสินทุกสาขาทั่วประเทศ โดยจะแลกได้เพียงครึ่งราคาของมูลค่าเท่านั้นนะครับ (มีหลายคนถามว่า ธนาคารทั่วไปแลกได้หรือไม่ ตอบว่าได้ครับ แต่จะให้บริการเฉพาะวันพุธเท่านั้น) 3. ธนบัตรขาดครึ่งและต่อผิด หมายถึงธนบัตรที่ขาดออกจากกันแล้วถูกซ่อมแซม แต่เป็นการซ่อมแซมโดยใช้ชิ้นส่วนจากธนบัตรฉบับอื่น(แต่รูปแบบเดียวกัน) สามารถนำไปแลกได้ที่ธนาคารออมสิน โดยจะแลกได้เต็มมูลค่าของราคาธนบัตร แต่มีข้อแม้ว่าส่วนที่นำมาต่อกันจะต้องสมบูรณ์ทั้งสองส่วน 4. ธนบัตรที่ชำรุดแบบขาดวิ่น มักพบได้ในกรณีที่ถูกปลวกแทะ ฉีกขาด หรือไฟไหม้ หากส่วนที่เหลือของธนบัตรนั้นมีปริมาณมากกว่า 50 เปอร์เซ็นต์สามารถนำไปแลกได้เต็มมูลค่าของธนบัตร 5. ธนบัตรที่ชำรุดแบบลบเลือน มักจะพบเห็นได้ในธนบัตรเก่า คือจะมีสภาพหมึกลบเลือน หรือตัวธนบัตรเปลี่ยนสีไปจากเดิม อาจจะเนื่องมาจากสาเหตุต่างกัน เช่นโดนน้ำ หรือน้ำยาเคมีที่มีฤทธิ์กัดกร่อน (ซักผ้าแล้วลืมเอาเงินออกมาจากกระเป๋าเสื้อ/กางเกง) ถ้าเป็นกรณีนี้ให้นำไปแลกได้เต็มมูลค่าของธนบัตร แต่ต้องพิสูจน์ให้ได้ว่าเป็นธนบัตรของจริงเท่านั้น สำหรับสถานที่แลกเปลี่ยนเงินตรา …

อ่านต่อ »
ขั้นตอนการทำบุญถวายสังฆทานมีอะไรบ้าง ทำแล้วดีอย่างไร

ขั้นตอนการทำบุญถวายสังฆทานมีอะไรบ้าง ทำแล้วดีอย่างไร

การถวายสังฆทาน คือการถวายของใช้ที่จำเป็นแก่พระภิกษุ ไม่ว่าจะเป็นพวกเครื่องนอน ของใช้ ตลอดจนอาหารแห้งต่างๆ ซึ่งการถวายสังฆทานไม่ได้จำเพราะเจาะจงว่าจะให้กับพระรูปใดรูปหนึ่ง พระที่รับสังฆทานถือว่าเป็นตัวแทนของพระสงฆ์ทั้งหมด สำหรับวันนี้เรามีขั้นตอนการถวายสังฆทานมาฝากกันครับ 1. จัดเตรียมข้าวของที่จะนำไปถวาย ซึ่งสามารถหาซื้อได้ที่ร้านสังฆภัณฑ์ จะมีบริการจัดชุดเอาไว้เรียบร้อย และนำไปใช้ได้เลย หรือจะซื้อหาข้าวของต่างๆ มาจัดเองก็ได้ อันนี้ขึ้นอยู่กับความประสงค์ของผู้ถวาย 2. เลือกวัดที่ต้องการถวาย จากนั้นให้เข้าไปพบเจ้าอาวาสหรือพระผู้ใหญ่ภายในวัด แล้วแจ้งความประสงค์ว่าต้องการถวายสังฆทาน จากนั้นทางเจ้าอาวาสจะจัดพระภิกษุมาเป็นตัวแทนรับถวาย ส่วนสถานที่จะเป็นในโบสถ์หรือศาลาการเปรียญก็ได้แล้วแต่ว่าพระท่านจะให้ถวายที่ใด 3. ให้จุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย พร้อมกราบสามครั้ง จากนั้นจะเข้าสู่ขั้นตอนการกล่าวอาราธนาศีล รับศีล 4. เมื่อรับศีลจบให้ท่องนะโม 3 จบ แล้วตามด้วยคำถวายสังฆทานดังนี้ “อิมานิ มะยัง ภันเต, ภัตตานิ, สะปะริวารานิ, ภิกขุสังฆัสสะ, โอโณชะยามะ, สาธุ โน ภันเต, ภิกขุสังโฆ, อิมานิ, ภัตตานิ, สะปะริวารานิ, ปะฏิคคัณหาตุ, อัมหากัง, ทีฆะรัตตัง, หิตายะ, สุขายะ” “ข้าแต่พระสงฆ์ผู้เจริญ, ข้าพเจ้าทั้งหลาย ขอน้อมถวายภัตตาหาร, พร้อมด้วยเครื่องบริวารเหล่านี้, แด่พระภิกษุสงฆ์, ขอพระภิกษุสงฆ์, จงรับภัตตาหาร, พร้อมด้วยเครื่องบริวารเหล่านี้, ของข้าพเจ้าทั้งหลาย, …

อ่านต่อ »
การอบซาวน่าทุกวันมีประโยชน์อย่างไร ช่วยลดน้ำหนัก เผาผลาญแคลอรี่ได้จริงหรือไม่

การอบซาวน่าทุกวันมีประโยชน์อย่างไร ช่วยลดน้ำหนัก เผาผลาญแคลอรี่ได้จริงหรือไม่

การอบซาวน่านั้นเป็นเทรนด์ทางด้านสุขภาพที่ได้รับความนิยมมาโดยตลอดและไม่เคยที่จะตกยุค นั่นเพราะว่าได้ประโยชน์ทั้งประโยชน์เรื่องของสุภาพ ผิวพรรณ และยังเกิดความสบายเนื้อสบายตัวกันได้อีก ดังนั้นเราจึงมักเห็นหลายๆ คนนั้นเดินเข้าเดินออกซาวน่าเป็นประจำ บางคนถึงกับสร้างห้องอบซาวน่าขึ้นมาที่บ้านส่วนตัวเลยก็มี สำหรับประโยชน์ของการอบซาวน่านั้นมีอะไรบ้าง เราลองไปดูกันเลยค่ะ 1.หลังจากการอบซาวน่า ไอน้ำและความร้อนจะทำให้รู้สึกว่าสบายตัว ทั้งนี้เพราะการอบไอน้ำจากซาวน่าจะทำให้เกิดการสูญเสียของเหลว และร่างกายจะเติมเต็มด้วยระบบน้ำเหลือง ดังนี้ผู้ที่เพิ่งผ่านการอบซาวน่ามาจะรู้สึกเหมือนมีเลือดลมสูบฉีด รวมไปถึงความร้อนจากไอน้ำในห้องซาวน่าจะทำให้ร่างกายขับของเสียออกมาทางเหงื่อ ดังนั้นเราจึงรู้สึกเหมือนว่าร่างกายมันผ่อนคลาย และตัวเบาสบายขึ้น ซึ่งนี่เองที่ทำให้ใครหลายคนติดใจการอบซาวน่า และถือเป็นการผ่อนคลายอย่างหนึ่ง 2. การเข้าอบไอน้ำในห้องซาวน่า จะทำให้เกิดกระบวนการกระตุ้นระบบโลหิตใต้ผิวหนัง ซึ่งจะช่วยให้เลือดลมหมุนเวียนได้ดีขึ้น เพราะชีวิตการทำงานของคนเราทุกวันนี้มักจะนั่งทำงานเป็นเวลานานจนเกิดการเมื่อยขบ และปัญหาที่ตามมาก็คือระบบหมุนเวียนโลหิตนั้นไม่ค่อยสะดวก และจะเกิดการสะสมของเซลลูไลท์ (Cellulite) ตามมา ซึ่งเมื่ออยู่ในห้องอบซาวน่า หลอดเลือดในร่างกายจะเกิดการขยายตัวและทำให้ระบบไหลเวียนโลหิตมีการหมุนเวียนที่ดี ขึ้น ทำให้ช่วยกระชับผิวหนังขึ้นอีกด้วย 3. มีการวิจัยจากสถาบันทางวิทยาศาสตร์แห่งหนึ่งในสหรัฐอเมริกา ว่าการอบซาวน่านั้นจะช่วยให้ร่างกายมีภูมิคุ้มกันที่ดีขึ้น กล่าวคือเมื่อร่างกายสูดเอาไอน้ำจากกระบวนการอบซาวน่าเข้าไป จะทำให้ระบบเซลล์ที่ทำหน้าที่กำจัดสิ่งแปลกปลอมในร่างกาย (โดยเฉพาะเชื้อแบคทีเรีย)มีเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า นอกจากนั้นยังสามารถกระตุ้นการทำงานของเฮโมโกลบิน (Hemoglobin) ซึ่งเป็นสารที่ทำหน้าที่เป็นภูมิคุ้มกันของร่างกายให้ทำงานได้ดีขึ้นอีกด้วย 4. การอบซาวน่าสามารถช่วยในเรื่องของผิวพรรณที่ดีขึ้นได้ ยิ่งถ้าหากเป็นการอบซาวน่าสมุนไพรต่างๆ เพราะอย่างที่อธิบายไปในข้อ 2 คือซาวน่าจะช่วยกระตุ้นระบบหมุนเวียนเลือดให้ดีขึ้น ทำให้ผิวพรรณเปล่งปลั่ง มีน้ำมีนวลขึ้นนั่นเอง ส่วนใครที่กำลังคิดว่าการอบซาวน่านั้นจะช่วยเผาผลาญไขมันและลดน้ำหนักได้ นั่นเป็นความเข้าใจที่ผิดนะคะ เพราะซาวน่าเป็นการอบด้วยความร้อน และขับน้ำออกมาจากร่างกาย เมื่ออบเสร็จอาจเห็นว่าน้ำหนักลดจริง แต่หลังจากที่ร่างกายขาดน้ำ และดื่มน้ำตามเข้าไปมากๆ น้ำหนักก็จะกลับมาคงเดิมนั่นเอง แม้ว่าซาวน่านั้นจะมีประโยชน์ต่อร่างกาย แต่ก็ให้โทษได้หลายอย่างเช่นกัน ดังนั้นผู้ที่ต้องการเข้าไปอบซาวน่าควรทำการศึกษาวิธีการใช้งาน …

อ่านต่อ »
เคล็ดลับ วิธีซักหมอนขั้นเทพ ซักอย่างไรให้กลับมาขาวสะอาดเหมือนใหม่

เคล็ดลับ วิธีซักหมอนขั้นเทพ ซักอย่างไรให้กลับมาขาวสะอาดเหมือนใหม่

หมอนถือเป็นสิ่งหนึ่งในชีวิตประจำวันที่คุณจะต้องใช้อยู่ทุกๆวัน และที่สำคัญหมอนของคุณอาจต้องสัมผัสใบหน้าเวลานอนก็เป็นได้ เพราะฉะนั้นแล้วจึงจำเป็นอย่างมากที่จะต้องหมั่นทำความสะอาดอยู่บ่อยครั้ง เพื่อป้องกันสิ่งสกปรกต่างๆ การซักหมอนจึงถือเป็นเรื่องสำคัญ แต่สำหรับวิธีการดูแลนั้นก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน โดยสำหรับวิธีซักหมอนแบบต่างๆ มีดังนี้ ซักหมอนใหม่ สำหรับหมอนใหม่นั้นจำเป็นอย่างมากที่จะต้องซัก โดยเฉพาะหมอนที่พึ่งซื้อ โดยสำหรับวิธีการซักนั้นก็สามารถที่จะซักโดยการใช้เครื่องซักผ้า หลังจากนั้นให้นำสบู่ซักผ้ามาขูดฝอยประมาณ 1 ถ้วยตวง หลังจากนั้นให้ใส่ผงซักฟอกรวมไปถึงสารฟอกขาว ½ ถ้วยตวง เบคกิ้งโซดา ½ ถ้วย ใส่น้ำร้อน และแช่ทิ้งไว้อีก 20 นาที แล้วหลังจากนั้นค่อยปั่น และตากให้แห้ง ซักหมอนโฟม เป็นหมอนที่มีหลายๆคนเลือกใช้ แต่เรื่องสำคัญเลยคือเนื่องจากไม่สามารถที่จะซักได้โดยเครื่องซักผ้า เพราะฉะนั้นจึงสามารถซักได้เพียงแค่การถอดปลอกหมอนมาซักและสำหรับตัวโฟมสามารถทำความสะอาดได้โดยการใช้เครื่องดูดฝุ่น และหลังจากนั้นอาจจะใช้แวนิช เพื่อกำจัดคราบต่างๆแล้วค่อยล้างออกด้วยน้ำเปล่า และซับด้วยผ้าขนหนู จากนั้นจึงนำไปตากให้แห้ง ซักหมอนเหลือง สำหรับหมอนเหลืองถือเป็นเรื่องใหญ่มาก แต่ก็สามารถที่จะจัดการปัญหานี้ได้ง่ายๆ โดยการนำหมอนไปแช่ในน้ำร้อน รวมทั้งใส่ผงซักฟอก 1 ถ้วย น้ำยาล้างจานหนึ่งถ้วย ผงบอแรกซ์ ½ ถ้วย และแช่ทิ้งไว้ 30 นาที แล้วจึงซักแบบปกติ หรืออาจจะปั่นจนคราบต่างๆนั้นหายไป ซักหมอนขึ้นรา หมอนขึ้นรา ถือเป็นอีกหนึ่งเรื่องใหญ่ที่จำเป็นอย่างมากที่จะต้องใส่ใจ สามารถทำความสะอาดได้ง่ายๆ โดยเริ่มจากการเอาหมอนนั้นมาแช่ไว้ในน้ำร้อน แล้วค่อยเติมไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ (Hydrogen peroxide) 1 …

อ่านต่อ »