หน้าแรก » เกร็ดความรู้ทั่วไป

เกร็ดความรู้ทั่วไป

ขั้นตอนการทำบุญถวายสังฆทานมีอะไรบ้าง ทำแล้วดีอย่างไร

ขั้นตอนการทำบุญถวายสังฆทานมีอะไรบ้าง ทำแล้วดีอย่างไร

การถวายสังฆทาน คือการถวายของใช้ที่จำเป็นแก่พระภิกษุ ไม่ว่าจะเป็นพวกเครื่องนอน ของใช้ ตลอดจนอาหารแห้งต่างๆ ซึ่งการถวายสังฆทานไม่ได้จำเพราะเจาะจงว่าจะให้กับพระรูปใดรูปหนึ่ง พระที่รับสังฆทานถือว่าเป็นตัวแทนของพระสงฆ์ทั้งหมด สำหรับวันนี้เรามีขั้นตอนการถวายสังฆทานมาฝากกันครับ 1. จัดเตรียมข้าวของที่จะนำไปถวาย ซึ่งสามารถหาซื้อได้ที่ร้านสังฆภัณฑ์ จะมีบริการจัดชุดเอาไว้เรียบร้อย และนำไปใช้ได้เลย หรือจะซื้อหาข้าวของต่างๆ มาจัดเองก็ได้ อันนี้ขึ้นอยู่กับความประสงค์ของผู้ถวาย 2. เลือกวัดที่ต้องการถวาย จากนั้นให้เข้าไปพบเจ้าอาวาสหรือพระผู้ใหญ่ภายในวัด แล้วแจ้งความประสงค์ว่าต้องการถวายสังฆทาน จากนั้นทางเจ้าอาวาสจะจัดพระภิกษุมาเป็นตัวแทนรับถวาย ส่วนสถานที่จะเป็นในโบสถ์หรือศาลาการเปรียญก็ได้แล้วแต่ว่าพระท่านจะให้ถวายที่ใด 3. ให้จุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย พร้อมกราบสามครั้ง จากนั้นจะเข้าสู่ขั้นตอนการกล่าวอาราธนาศีล รับศีล 4. เมื่อรับศีลจบให้ท่องนะโม 3 จบ แล้วตามด้วยคำถวายสังฆทานดังนี้ “อิมานิ มะยัง ภันเต, ภัตตานิ, สะปะริวารานิ, ภิกขุสังฆัสสะ, โอโณชะยามะ, สาธุ โน ภันเต, ภิกขุสังโฆ, อิมานิ, ภัตตานิ, สะปะริวารานิ, ปะฏิคคัณหาตุ, อัมหากัง, ทีฆะรัตตัง, หิตายะ, สุขายะ” “ข้าแต่พระสงฆ์ผู้เจริญ, ข้าพเจ้าทั้งหลาย ขอน้อมถวายภัตตาหาร, พร้อมด้วยเครื่องบริวารเหล่านี้, แด่พระภิกษุสงฆ์, ขอพระภิกษุสงฆ์, จงรับภัตตาหาร, พร้อมด้วยเครื่องบริวารเหล่านี้, ของข้าพเจ้าทั้งหลาย, …

อ่านต่อ »
การอบซาวน่าทุกวันมีประโยชน์อย่างไร ช่วยลดน้ำหนัก เผาผลาญแคลอรี่ได้จริงหรือไม่

การอบซาวน่าทุกวันมีประโยชน์อย่างไร ช่วยลดน้ำหนัก เผาผลาญแคลอรี่ได้จริงหรือไม่

การอบซาวน่านั้นเป็นเทรนด์ทางด้านสุขภาพที่ได้รับความนิยมมาโดยตลอดและไม่เคยที่จะตกยุค นั่นเพราะว่าได้ประโยชน์ทั้งประโยชน์เรื่องของสุภาพ ผิวพรรณ และยังเกิดความสบายเนื้อสบายตัวกันได้อีก ดังนั้นเราจึงมักเห็นหลายๆ คนนั้นเดินเข้าเดินออกซาวน่าเป็นประจำ บางคนถึงกับสร้างห้องอบซาวน่าขึ้นมาที่บ้านส่วนตัวเลยก็มี สำหรับประโยชน์ของการอบซาวน่านั้นมีอะไรบ้าง เราลองไปดูกันเลยค่ะ 1.หลังจากการอบซาวน่า ไอน้ำและความร้อนจะทำให้รู้สึกว่าสบายตัว ทั้งนี้เพราะการอบไอน้ำจากซาวน่าจะทำให้เกิดการสูญเสียของเหลว และร่างกายจะเติมเต็มด้วยระบบน้ำเหลือง ดังนี้ผู้ที่เพิ่งผ่านการอบซาวน่ามาจะรู้สึกเหมือนมีเลือดลมสูบฉีด รวมไปถึงความร้อนจากไอน้ำในห้องซาวน่าจะทำให้ร่างกายขับของเสียออกมาทางเหงื่อ ดังนั้นเราจึงรู้สึกเหมือนว่าร่างกายมันผ่อนคลาย และตัวเบาสบายขึ้น ซึ่งนี่เองที่ทำให้ใครหลายคนติดใจการอบซาวน่า และถือเป็นการผ่อนคลายอย่างหนึ่ง 2. การเข้าอบไอน้ำในห้องซาวน่า จะทำให้เกิดกระบวนการกระตุ้นระบบโลหิตใต้ผิวหนัง ซึ่งจะช่วยให้เลือดลมหมุนเวียนได้ดีขึ้น เพราะชีวิตการทำงานของคนเราทุกวันนี้มักจะนั่งทำงานเป็นเวลานานจนเกิดการเมื่อยขบ และปัญหาที่ตามมาก็คือระบบหมุนเวียนโลหิตนั้นไม่ค่อยสะดวก และจะเกิดการสะสมของเซลลูไลท์ (Cellulite) ตามมา ซึ่งเมื่ออยู่ในห้องอบซาวน่า หลอดเลือดในร่างกายจะเกิดการขยายตัวและทำให้ระบบไหลเวียนโลหิตมีการหมุนเวียนที่ดี ขึ้น ทำให้ช่วยกระชับผิวหนังขึ้นอีกด้วย 3. มีการวิจัยจากสถาบันทางวิทยาศาสตร์แห่งหนึ่งในสหรัฐอเมริกา ว่าการอบซาวน่านั้นจะช่วยให้ร่างกายมีภูมิคุ้มกันที่ดีขึ้น กล่าวคือเมื่อร่างกายสูดเอาไอน้ำจากกระบวนการอบซาวน่าเข้าไป จะทำให้ระบบเซลล์ที่ทำหน้าที่กำจัดสิ่งแปลกปลอมในร่างกาย (โดยเฉพาะเชื้อแบคทีเรีย)มีเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า นอกจากนั้นยังสามารถกระตุ้นการทำงานของเฮโมโกลบิน (Hemoglobin) ซึ่งเป็นสารที่ทำหน้าที่เป็นภูมิคุ้มกันของร่างกายให้ทำงานได้ดีขึ้นอีกด้วย 4. การอบซาวน่าสามารถช่วยในเรื่องของผิวพรรณที่ดีขึ้นได้ ยิ่งถ้าหากเป็นการอบซาวน่าสมุนไพรต่างๆ เพราะอย่างที่อธิบายไปในข้อ 2 คือซาวน่าจะช่วยกระตุ้นระบบหมุนเวียนเลือดให้ดีขึ้น ทำให้ผิวพรรณเปล่งปลั่ง มีน้ำมีนวลขึ้นนั่นเอง ส่วนใครที่กำลังคิดว่าการอบซาวน่านั้นจะช่วยเผาผลาญไขมันและลดน้ำหนักได้ นั่นเป็นความเข้าใจที่ผิดนะคะ เพราะซาวน่าเป็นการอบด้วยความร้อน และขับน้ำออกมาจากร่างกาย เมื่ออบเสร็จอาจเห็นว่าน้ำหนักลดจริง แต่หลังจากที่ร่างกายขาดน้ำ และดื่มน้ำตามเข้าไปมากๆ น้ำหนักก็จะกลับมาคงเดิมนั่นเอง แม้ว่าซาวน่านั้นจะมีประโยชน์ต่อร่างกาย แต่ก็ให้โทษได้หลายอย่างเช่นกัน ดังนั้นผู้ที่ต้องการเข้าไปอบซาวน่าควรทำการศึกษาวิธีการใช้งาน …

อ่านต่อ »
เคล็ดลับ วิธีซักหมอนขั้นเทพ ซักอย่างไรให้กลับมาขาวสะอาดเหมือนใหม่

เคล็ดลับ วิธีซักหมอนขั้นเทพ ซักอย่างไรให้กลับมาขาวสะอาดเหมือนใหม่

หมอนถือเป็นสิ่งหนึ่งในชีวิตประจำวันที่คุณจะต้องใช้อยู่ทุกๆวัน และที่สำคัญหมอนของคุณอาจต้องสัมผัสใบหน้าเวลานอนก็เป็นได้ เพราะฉะนั้นแล้วจึงจำเป็นอย่างมากที่จะต้องหมั่นทำความสะอาดอยู่บ่อยครั้ง เพื่อป้องกันสิ่งสกปรกต่างๆ การซักหมอนจึงถือเป็นเรื่องสำคัญ แต่สำหรับวิธีการดูแลนั้นก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน โดยสำหรับวิธีซักหมอนแบบต่างๆ มีดังนี้ ซักหมอนใหม่ สำหรับหมอนใหม่นั้นจำเป็นอย่างมากที่จะต้องซัก โดยเฉพาะหมอนที่พึ่งซื้อ โดยสำหรับวิธีการซักนั้นก็สามารถที่จะซักโดยการใช้เครื่องซักผ้า หลังจากนั้นให้นำสบู่ซักผ้ามาขูดฝอยประมาณ 1 ถ้วยตวง หลังจากนั้นให้ใส่ผงซักฟอกรวมไปถึงสารฟอกขาว ½ ถ้วยตวง เบคกิ้งโซดา ½ ถ้วย ใส่น้ำร้อน และแช่ทิ้งไว้อีก 20 นาที แล้วหลังจากนั้นค่อยปั่น และตากให้แห้ง ซักหมอนโฟม เป็นหมอนที่มีหลายๆคนเลือกใช้ แต่เรื่องสำคัญเลยคือเนื่องจากไม่สามารถที่จะซักได้โดยเครื่องซักผ้า เพราะฉะนั้นจึงสามารถซักได้เพียงแค่การถอดปลอกหมอนมาซักและสำหรับตัวโฟมสามารถทำความสะอาดได้โดยการใช้เครื่องดูดฝุ่น และหลังจากนั้นอาจจะใช้แวนิช เพื่อกำจัดคราบต่างๆแล้วค่อยล้างออกด้วยน้ำเปล่า และซับด้วยผ้าขนหนู จากนั้นจึงนำไปตากให้แห้ง ซักหมอนเหลือง สำหรับหมอนเหลืองถือเป็นเรื่องใหญ่มาก แต่ก็สามารถที่จะจัดการปัญหานี้ได้ง่ายๆ โดยการนำหมอนไปแช่ในน้ำร้อน รวมทั้งใส่ผงซักฟอก 1 ถ้วย น้ำยาล้างจานหนึ่งถ้วย ผงบอแรกซ์ ½ ถ้วย และแช่ทิ้งไว้ 30 นาที แล้วจึงซักแบบปกติ หรืออาจจะปั่นจนคราบต่างๆนั้นหายไป ซักหมอนขึ้นรา หมอนขึ้นรา ถือเป็นอีกหนึ่งเรื่องใหญ่ที่จำเป็นอย่างมากที่จะต้องใส่ใจ สามารถทำความสะอาดได้ง่ายๆ โดยเริ่มจากการเอาหมอนนั้นมาแช่ไว้ในน้ำร้อน แล้วค่อยเติมไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ (Hydrogen peroxide) 1 …

อ่านต่อ »
เคล็ดลับ วิธีต้มไข่แบบมืออาชีพ ไข่แบบไหนใช้เวลาเท่าไร มาดูกัน

เคล็ดลับ วิธีต้มไข่แบบมืออาชีพ ไข่แบบไหนใช้เวลาเท่าไร มาดูกัน

เมนูไข่ เป็นสิ่งพื้นฐานเลยทีเดียวที่เรายังต้องบริโภคกันอยู่ทุกๆวัน สำหรับเมนูไข่ที่มักจะเลือกกันอยู่บ่อยๆนั้นก็คือ ไข่ต้ม เพราะสามารถที่จะนำไปประยุกต์หรือทานกับอาหารเมนูอื่นๆได้ง่ายๆ เพราะฉะนั้นไข่ต้มจึงกลายเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ แต่ถึงแม้ว่าการต้มไข่อาจจะฟังดูง่าย แต่ก็มีหลายคนที่ยังไม่สามารถต้มไข่ได้ หรือในบางกรณีนั้นไปเจอที่อื่นต้มแล้วน่าทานแต่พอมาต้มเองกลับกลายเป็นคนละเรื่อง ดังนั้นวันนี้เราจะมาเรียนรู้วิธีต้มไข่แบบมืออาชีพกันค่ะ การเตรียมไข่ และแน่นอนการที่จะมาต้มแบบสุ่มสี่สุ่มห้าคงไม่ใช่ความคิดที่ดีนัก เพราะก่อนที่เราจะเริ่มทำการต้มไข่นั้นควรเอาไข่ที่แช่อยู่ภายในตู้เย็นออกมาวางให้อยู่ในอุณหภูมิห้องก่อนโดยใช้เวลาสักพัก เพราะถ้าหากว่าเลือกนำไข่ที่อยู่ภายในตู้เย็นมาต้มเลย อาจทำให้ไข่แตกได้ และนอกจากนี้ถ้าหากว่าไข่ใบใหญ่มากอาจจะต้องใช้ระยะเวลาในการต้มมากกว่าปกติ และหากเป็นไข่เป็ด จะต้องใช้เวลาต้มนานกว่าไข่ไก่ประมาณ 1-2 นาที วิธีการต้มไข่ ขั้นที่ 1 เริ่มจากการที่นำไข่ที่เตรียมไว้ในระดับอุณหภูมิห้องไปทำการล้างให้สะอาด ขั้นที่ 2 โดยให้นำน้ำไปต้มจนเดือด และสำหรับระดับน้ำจะต้องสูงจนท่วมไข่ ขั้นที่ 3 หลังจากนั้นให้ใส่เกลือ หรืออาจจะเป็นน้ำมะนาวก็ได้ เพื่อเป็นการป้องกันเปลือกไข่ร้าว ขั้นที่ 4 ต้มไข่ในระยะเวลาที่ต้องการ ระยะเวลาต้มไข่ ถ้าต้ม 2 นาที ก็จะได้ ไข่ลวก ถ้าต้ม 4 นาที ก็จะได้ ไข่ยางมะตูม ถ้าต้ม 6 นาที ก็จะได้ ไข่ต้มสุก ที่ไข่แดงเกือบสุก ถ้าต้ม 8 นาที ก็จะได้ ไข่ขาวที่สุกมาก กับไข่แดงที่ตรงกลางอาจจะยังอ่อนอยู่ ถ้าต้ม …

อ่านต่อ »
5 วิธีซักรองเท้าผ้าใบ รองเท้าวิ่ง ให้สะอาดหมดจดและยืดอายุการใช้งานให้ยาวนาน

5 วิธีซักรองเท้าผ้าใบ รองเท้าวิ่ง ให้สะอาดหมดจดและยืดอายุการใช้งานให้ยาวนาน

รองเท้าผ้าใบ ถือเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับวัยรุ่นในยุคปัจจุบัน แต่คงไม่ใช่เพียงแค่วัยรุ่นเพราะแทบจะทุกๆวัยนั้นก็หันมาใส่กันมากยิ่งขึ้น เพราะเนื่องจากว่าเป็นรองเท้าที่สามารถที่จะนำไปใส่ได้กับทุกๆชุด และนอกจากนี้ก็มีรูปแบบที่หลากหลายให้ได้เลือก จึงทำให้กลายเป็นไอเทมโปรดของหลายๆคนเลยทีเดียว แต่จะใช้อย่างเดียวนั้นก็คงจะไม่ใช่เรื่องที่ดี จึงควรที่จะต้องรู้วิธีในการดูแลรักษาหรือทำให้กลับมาสะอาดเหมือนใหม่อีกด้วย วิธีซักรองเท้าผ้าใบแบบง่ายๆ มีดังนี้ สบู่ อุปกรณ์ใกล้ตัว ใครจะทราบว่าสบู่ก็สามารถที่จะช่วยได้ โดยเพียงแค่นำสบู่ไปผสมกับน้ำเปล่า แล้วหลังจากนั้นให้นำแปรงสีฟันมาขัด ซึ่งควรจะเน้นเป็นอย่างมากในบริเวณที่มีคราบหรือจุดด่างดำต่างๆ แต่ไม่ควรขัดให้ชุ่มหลังจากนั้นให้เอาทิชชู่มาซับน้ำส่วนเกินออก และผึ่งลมให้แห้ง วิธีนี้สามารถใช้ทำความสะอาดรองเท้าวิ่งได้ด้วย แต่สำหรับรองเท้าวิ่งเมื่อซักเสร็จแล้ว ไม่ควรนำไปตากแดด ให้แขวนไว้ในที่ร่มและผึ่งลมจนกว่ารองเท้าจะแห้ง หรืออีกวิธีคือให้ใช้กระดาษหนังสือพิมพ์ขยำๆแล้วยัดเข้าไปในรองเท้าวิ่งเพื่อดูดน้ำและวางผึ่งทิ้งไว้จนแห้ง แว๊กซ์ขัดรองเท้าผ้าใบหนัง เหมาะเป็นอย่างมากสำหรับรองเท้าผ้าใบชนิดหนัง โดยให้นำผ้าขนหนูชุบแว็กซ์ แล้วนำมาขัด ซึ่งวิธีในการขัดคือเช็ดเป็นวงกลมๆจนสะอาดและปล่อยให้แห้งตามปกติ หลังจากนั้นก็ให้เอาผ้าขนหนูมาเช็ดใหม่ซึ่งจะทำให้เงางามมากยิ่งขึ้น น้ำยาเคลือบเล็บ ของใกล้ตัวมากสำหรับผู้หญิง โดยสามารถที่จะลบคราบดำต่างๆด้วยยางลบหลังจากนั้นจึงทาน้ำยาเคลือบเล็บลงไปที่รอยขีด และให้เอาผ้าขนหนูมาเช็ดส่วนที่เกินออก หลังจากนั้นทิ้งไว้ 1 คืนแล้วค่อยนำเสปรย์ฉีดน้ำมาพ่นทับไปอีกครั้ง ซักด้วยเครื่องซักผ้า อีกหนึ่งวิธีแสนง่ายของคนไม่ค่อยมีเวลา เพราะเนื่องจากว่าแค่เอาเชือกผูกรองเท้าออก หลังจากนั้นนำใส่เครื่องซักผ้าตามปกติ ใส่ผงซักฟอก และเลือกเป็นซักน้ำอุ่น แต่ไม่ควรที่จะเลือกแบบปั่นแห้ง หลังจากซักเสร็จก็เอาไปตากแดดตามปกติ เบกกิ้งโซดา ถือว่าเป็นสูตรที่ช่วยได้ดีมากๆวิธีหนึ่ง เนื่องจากมีส่วนผสมที่หลากหลาย โดยมีขั้นตอนดังนี้ เบกกิ้งโซดา ½ ช้อนโต๊ะ น้ำเปล่า ½ ช้อนโต๊ะ ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ ½ ช้อนโต๊ะ หลังจากเตรียมส่วนผสมแล้วนำมาผสมให้เข้ากัน แล้วค่อยนำแปรงขนนุ่มมาขัดรองเท้าผ้าใบ แต่แนะนำว่าให้ทำแบบเบามือ …

อ่านต่อ »