หน้าแรก » เกร็ดความรู้ทั่วไป

เกร็ดความรู้ทั่วไป

perfume-long-01

7 เคล็ดลับ ฉีดน้ำหอมอย่างไร ให้กลิ่นติดทนนานตลอดวัน

ถ้าพูดถึงน้ำหอมที่ชอบใช้ หลายๆคนก็คงจะยกมือตอบและบอกว่าชอบกลิ่นนั้นกลิ่นนี้เป็นแน่ แต่ถ้าพูดถึงเรื่องของการฉีดน้ำหอมให้ติดแน่นทนนาน หลายๆ คนก็ต้องทำหน้าฉงน พร้อมกับส่ายหัวเบาๆ เพราะไม่รู้เคล็ดลับในการฉีดน้ำหอมให้ติดแน่นทนนาน ทั้งนี้เพราะน้ำหอมส่วนมากนั้นมักจะระเหยหายไปหลังจากฉีดในเวลาแค่ไม่กี่ชั่วโมงเท่านั้นเอง วันนี้เราจึงมีเคล็ดลับสำหรับวิธีการฉีดน้ำหอมให้ติดแน่นทนนานมาฝากกันค่ะ 1. ควรฉีดน้ำหอมบ่อยๆ อย่างน้อยวันละ 2-3 ครั้ง เป็นวิธีดั้งเดิมที่สุด และเบสิกที่สุดค่ะ ในเมื่อมันระเหยหรือหมดกลิ่นหอมเร็วนักก็อัดฉีดมันเข้าไปบ่อยๆ ให้มันรู้กันไปว่าจะหายหอม ข้อแนะนำคือไม่ควรฉีดซ้ำที่เดิมมากเกินไปนะคะ ควรฉีดพรมไปในส่วนอื่นๆ บ้างค่ะ 2. ฉีดน้ำหอมบริเวณข้อพับ ข้อศอก ติ่งหู หรือข้อมือ เพราะส่วนนี้นั้นเป็นซอกหรือมุมที่เป็นเนื้ออ่อน ทำให้น้ำหอมนั้นสามารถเกาะติดกลิ่นได้นานกว่าส่วนอื่นๆโดยเฉพาะส่วนที่ต้องเจอกับลมกับแดดบ่อยๆ ค่ะ 3. หลังจากทาโลชั่นบำรุงผิวแล้ว ควรฉีดพรมน้ำหอมให้ทั่วบริเวณที่ทาโลชั่น วิธีนี้จะช่วยให้น้ำหอมนั้นติดผมทนนานได้มากขึ้นนั่นเองค่ะ 4. ในกรณีที่ผิวแพ้น้ำหอม ให้ฉีดพรมน้ำหอมลงบนผ้าเช็ดหน้า จากนั้นให้พับเก็บไว้ในกระเป๋าเสื้อ แต่คนที่ไม่แพ้น้ำหอมก็สามารถทำได้ด้วยเช่นกัน เพราะวิธีนี้จะช่วยรักษากลิ่นของน้ำหอมให้ติดแน่นทนนาน แต่ไม่ควรฉีดเข้มหรือหนาจนเกินไปนะคะ เอาแค่พอดีๆ ค่ะ 5. ฉีดน้ำหอมลงบนข้าวของใช้ส่วนตัวเช่นกระเป่า หรือเครื่องสำอางบ้าง จะช่วยให้รอบตัวคุณหอมฟุ้ง เพราะการพรมน้ำหอมไปแค่ที่ตัวบุคคลนั้นอาจจะทำให้กลิ่นหอมไม่ติดแน่นทนนานได้เท่ากับสิ่งของ ข้อแนะนำก็คือไม่ควรประเคนลงไปจนเปียกชุ่ม เอาแค่พรมบางๆ ก็พอนะคะ 6. ควรสลับกลิ่นน้ำหอมที่ใช้บ้าง ตามอารมณ์ เช่นกลางวันให้ใช้น้ำหอมกลิ่นหนึ่ง และกลางคืนให้ใช้น้ำหอมอีกกลิ่นหนึ่ง สลับสับเปลี่ยนหมุนเวียนกันไปในแต่ละวันค่ะ 7. หากใครรีดผ้าเอง ควรเอาน้ำหอมมาพรมลงบนเสื้อผ้าของคุณบ้าง แล้วรีดทับลงไป …

อ่านต่อ »
cigarette-cons-01

โทษของบุหรี่ การสูบบุหรี่มีผลเสียต่อสุขภาพอย่างไร

บุหรี่ทำให้เป็นโรคมะเร็งปอด กล่าวถึงบุหรี่ เรายังจัดว่าบุหรี่นี่ยังเป็นยาสูบที่เป็นสิ่งที่ถูกกฎหมายอยู่ แต่ก็ยังไม่อาจจะรับรองในเรื่องของความปลอดภัยในชีวิตหากว่ายังมีใครหลายๆคนที่สูบบุหรี่หนักๆในแต่ละวัน มีบางคนที่สูบหนักมากจนกระทั่งกลายเป็นโรคประจำตัวไปเลย มีคนดังระดับโลกหลายต่อหลายคนที่ประสบปัญหาในเรื่องของการสูบบุหรี่ที่ติดเป็นนัยจนกระทั่งเกือบจะเอาชีวิตไม่รอดก็มีมาแล้ว อย่างเช่นอดีตนักฟุตบอลชื่อดังอย่าง โยฮัน ครัฟฟ์ (Johan Cruyff) ที่ซึ่งเคยทำสถิติสูบบุหรี่จัดวันละ 20 มวน จนกระทั่งถึงกับต้องเข้ารับการผ่าตัดขยายหลอดเลือดมาแล้วในช่วงปี 1991 – 1992 และนี่ก็คือโทษและภัยจากการสูบบุหรี่ครับ ขึ้นชื่อว่ามะเร็งก็ไม่มีใครอยากจะเป็นอย่างแน่นอน เพราะว่าโอกาสรอดนี่ก็แทบจะเป็นไปได้ยากมาก สาเหตุที่ทำให้คนที่สูบบุหรี่ป่วยเป็นโรคมะเร็งปอดก็เพราะสารพิษที่เรียกว่า ทาร์ (Tar) ซึ่งเป็นคราบสีน้ำตาล ลักษณะข้นเหนียว เป็นตัวการนั่นเอง ซึ่งหากว่ายังสามารถตรวจเจอในระยะแรก ยังสามารถผ่าตัดก้อนเนื้อที่เป็นมะเร็งออกได้ และยังสามารถทำให้หายขาดได้ บุหรี่ทำให้เป็นโรคหัวใจและหลอดเลือด เป็นโรคเดียวกับที่โยฮัน ครัฟฟ์ เป็นเมื่อครั้งในอดีตครับ เกิดจากสารนิโคตินภายในบุหรี่ ทำให้เกิดอันตรายต่อหัวใจและหลอดเลือด กระเพาะอาหาร รวมไปถึงลำไส้อีกด้วย ทำให้อัตราการเต้นของหัวใจเร็วขึ้น ความดันโลหิตสูง เกิดอาการภาวะหลอดเลือดหดตัว อีกทั้งยังเกิดโรคหัวใจขาดเลือดอีกด้วย หากไม่รีบทำการผ่าตัดก็จะมีโอกาสหายขาดยากมาก

อ่านต่อ »
charcoal-01

ถ่านดูดกลิ่นได้อย่างไร ทำไมถ่านถึงดับกลิ่นอับได้

ไขข้อคำถามน่าสงสัย… กับปริศนาน่าฉงน… ถ่านน้อยจ๋าดูดกลิ่นได้อย่างไรกัน ถ่านสีดำๆก้อนเล็กๆนั้นมีประโยชน์มากกว่าการใช้เป็นฟืนหุงข้าวธรรมดาค่ะ และเพื่อนๆคงจะเคยได้ยินคำแนะนำว่า ถ่านน้อยนั้นสามารถจะใช้ดูดกลิ่นได้อย่างไรกันคะ และในวันนี้เราจึงมาเล่าเรื่องราวเกร็ดความรู้ดีๆ ในหัวข้อที่ว่า ไขข้อคำถามน่าสงสัย… กับปริศนาน่าฉงน… ถ่านน้อยจ๋าเจ้านั้นสามารถที่จะดูดกลิ่นได้อย่างไรกันค่ะ เราอยากให้เพื่อนๆลองพิสูจน์กันถึงประสิทธิภาพของถ่านในการลดดูดจับกลิ่นค่ะ อาทิเช่น การนำถ่านไปดูดดซับกลิ่นในรถ หรือการนำถ่านไว้ดูดซับกลิ่นในห้องทำงานโดยเฉพาะอย่างยิ่งในห้องแอร์ ซึ่งนอกจากมันจะมีประสิทธิภาพในการดูดซับกลิ่นอย่างดีเยี่ยมแล้วนั้น เจ้าถ่านน้อยพวกนี้ก็ยังจะช่วยดูดซับเชื้อโรคต่างๆได้อีกด้วยค่ะ โดยกลไกในการดูดซับนั้นเกิดจากรูพรุนของตัวถ่านที่สามารถจะดูดซับสารเคมีที่มีกลิ่น ซึ่งส่วนมากนั้นจะมีสารประกอบประเภทไฮโดรคาร์บอนอยู่ ซึ่งสารประกอบประเภทไฮโดรคาร์บอนนี้จะถูกจับติดอยู่ที่รูพรุนทำให้กลิ่นต่างๆจางหายไปในที่สุด…. นอกจากนี้แล้ว ถ่านบางชนิดยังมีส่วนประกอบของจุลินทรีย์ชนิดที่เป็นประโยชน์ที่จะช่วยดูดซับกลิ่นและฆ่าเชื้อโรคได้อีกด้วยค่ะ ทำให้ถ่านน้อยๆยังได้รับความสนใจในแวดวงอุตสาหกรรมอีกด้วย ช่วยบำบัดสารพิษต่างๆก่อนจะเทลงสู่บ่อขยะ หรือทางระบายน้ำเป็นต้น จึงจัดได้ว่าถ่านน้อยเป็นวัตถุธรรมชาติที่ประโยชน์หลากหลายทีเดียวค่ะ

อ่านต่อ »
งาช้าง

วิธีดูงาช้างแท้หรือเทียม สังเกตุได้อย่างไร

ในปัจจุบันมีการนำงาช้างไปเป็นเครื่องประดับตกแต่งมากมาย อาทิเช่น การนำงาช้างไปทำเป็นเครื่องประดับ ไม่ว่าจะเป็นสร้อยคอ กำไล หรือกระเป๋า นอกจากนี้งาช้างอาจถือเป็นหนึ่งในของตกแต่งบ้านที่ทำให้บรรยากาศภายใน ดูหรูและเหนือระดับ และเพราะงาช้างมีราคาแพง ทำให้มีมิจฉาชีพ ปลอมแปลงงาช้างขึ้นมาเพื่อค้าขาย ซึ่งอาจจะทำให้ผู้ที่ไม่ถนัดในด้านนี้ถูกหลอกให้ซื้อของปลอมไปอย่างน่าเสียดาย ในวันนี้เราจึงมีข้อคิดดีๆมาแนะนำเพื่อนๆกันค่ะ กับ วิธีดูงาช้าง… เลือกซื้องาช้างอย่างไร ไม่ให้โดนหลอก เริ่มแรกเลยนั้นเพื่อนๆจะสังเกตได้จากลักษณะภายนอกของงาช้างค่ะ โดยงาช้างแท้จะมีน้ำหนักต่างจากงาช้างปลอมที่จะเบากว่าเพราะผู้ค้ามักจะทำปลอมขึ้นมาด้วยพลาสติกหรือเขาสัตว์อื่น ต่อมาจึงมองงาช้างให้ละเอียดยิ่งขึ้นซึ่งงาช้างแท้จะมีสีขาวเนื้อเป็นมันวาว มีลายสานเป็นตารางช่องเล็กๆเมื่อส่องผ่านแว่นขยายค่ะ วิธีสุดท้ายดูจะเป็นวิธีที่น่ากลัวไปบ้าง แต่พิสูจน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพก็คือการนำงาช้างมาเผาไฟค่ะ โดยงาช้างแท้นั้นจะเหลือเป็นเถ้าสีขาว ภายหลังการเผาไฟ โดยระหว่างการเผานั้นจะมีควันเขม่าดำออกมาไม่มาก และวิธีที่จะพิสูจน์ได้ให้แน่นอนไปเลย ก็คือการนำงาช้างนั้นไปตรวจโดยรังสีอินฟราเรด วัดความถี่ของเสปรกตรัมของธาตุที่เป็นองค์ประกอบแต่ละชนิด โดยงาช้างหากเป็นของแท้นั้นก็จะแสดงเสปรกตรัมของสารประกอบของธาตุฟอตเฟตและกรดอะมิโนค่ะ

อ่านต่อ »
ข้างขึ้น-ข้างแรม

ข้างขึ้น ข้างแรม เกิดจากอะไร เพราะสาเหตุใด?

ดวงจันทร์นั้นเป็นดาวบริวารของโลก และไม่มีแสงสว่างในตัวของมันเอง ดังนั้นแสงสว่างขาวนวลที่เกิดขึ้นนั้น เนื่องมาจากสะท้อนแสงของดวงอาทิตย์อีกทีหนึ่ง ดวงจันทร์นั้นเคลื่อนตัวรอบโลก คนที่อยู่บนโลกจึงมองเห็นดวงจันทร์ในมุมต่างๆ กันไปตามแต่ช่วงเวลาและองศาที่ดวงจันทร์กระทำกับโลก ปรากฏการณ์นี้เรียกว่า “ข้างขึ้น-ข้างแรม” อย่างที่บอกว่าดวงจันทร์นั้นสะท้อนแสงสว่างมาจากดวงอาทิตย์อีกทีหนึ่ง ดังนั้นด้านที่ไม่ได้รับแสงจะมองเห็นเป็นลักษณะมืดมิดเพราะถูกบดบังด้วยเงาของตัวเอง และทำให้มองเห็นเป็นรูปลักษณะแตกต่างกันออกไป ซึ่งลักษณะที่ว่านี้จะเปลี่ยนแปลงไปทุกวัน วันละ 12 องศา ดังนั้นเราจึงมองเห็นดวงจันทร์เป็นดวงกลมโต ดวงเสี้ยว จนกระทั่งมืดมิดในคืนข้างแรม ซึ่งกระบวนการเหล่านี้กินเวลานานประมาณ 30 วันต่อหนึ่งรอบ และเมื่อสิ้นสุดรอบข้างแรม เราก็จะกลับมามองเห็นดวงจันทร์เต็มดวงอีกครั้งในคืนข้างขึ้น หมุนเวียนกันไปอย่างนี้เรื่อยๆ ไม่จบสิ้น คนไทยนั้นถือปฏิทินจันทรคติ คือแบ่งจำนวน ข้างขึ้นออกเป็น 15 วันและข้างแรม 15 วัน (ข้างขึ้น 1 ค่ำ – 15 ค่ำ ข้างแรม แรม 1 ค่ำ – แรม 15 ค่ำ) ซึ่งวันที่ดวงจันทร์เต็มดวงกลมโตสว่างที่สุดให้ถือเป็นวันขึ้น 15 ค่ำ ในขณะที่คืนที่มืดมิดที่สุดนั้นถือเป็นวันแรม 15 ค่ำ นอกจากนั้นยังมีการจัดเอาคืนที่ดวงจันทร์สว่างเพียงครึ่งเสี้ยวเป็นวันขึ้น/แรม  7-8 ค่ำ ตามแต่องศาที่กระทำกับโลก ซึ่งสามารถอธิบายได้ดังนี้ ขึ้น 15 …

อ่านต่อ »