หน้าแรก » ร่างกายของเรา

ร่างกายของเรา

foot-care-01

8 ขั้นตอน วิธีรักษาและปฐมพยาบาลอาการข้อเท้าพลิก ข้อเท้าแพลงในเบื้องต้น

อาการข้อเท้าพลิก ข้อเท้าแพลงนั้น ส่วนใหญ่มักจะเกิดขึ้นจากอุบัติเหตุ โดยเฉพาะในระหว่างการเดินหรือวิ่งในพื้นผิวที่ไม่ราบเรียบ และเมื่อเกิดข้อเท้าพลิกขึ้นมาแล้วนั้น อาจส่งผลเสียต่ออวัยวะส่วนนั้น เช่น กระดูกอ่อน หรือเส้นเอ็นได้ไม่ยาก หากไม่รู้จักวิธีรักษาพยาบาลที่ถูกหลัก ดังนั้นวันนี้เราจะมาแนะนำถึงวิธีการปฐมพยาบาลเบื้องต้นกับผู้ป่วยที่มีอาการข้อเท้าพลิก ก่อนนำส่งถึงมือหมอกันครับ 1. อย่างแรกเลยห้ามให้ผู้ป่วยเคลื่อนไหวบริเวณที่เกิดการพลิกโดยเด็ดขาดเพราะ อาจมีส่วนของกระดูกแตกเกิดขึ้นได้ ดังนั้นให้หาไม้มาวางประคบแล้วใช้เชือกพันเป็นเฝือก และหากจำเป็นต้องมีการเคลื่อนที่ควรใช้เปล หรือไม้เท้าขณะเดิน 2. หากอาการไม่หนักมากให้ใช้น้ำแข็งหรือผ้าเย็นประคบบริเวณที่เกิดการพลิก โดยประคบครั้งละ 20-30 นาที เพื่อกระตุ้นให้เลือดไหลเวียนช้าลง เพราะ ความเย็นจากน้ำแข็งและผ้าเย็นนั้นจะไปทำให้เลือดหดตัว และมีการไหลเวียนไม่สะดวก ช่วยลดอาการปวดบวมลงได้นั่นเอง 3. ห้ามใช้ยาหม่อง ครีมนวด หรือน้ำมันมวยเป็นอันขาด เพราะตัวยาจะทำให้เกิดการกระตุ้นโลหิตให้ไหลเวียน และเป็นการเพิ่มอาการบวมให้มากขึ้น นอกจากนั้นตัวยายังมีฤทธิ์แสบร้อน ทำให้ผู้ป่วยมีอาการเจ็บบริเวณที่พลิกมากขึ้นด้วย 4. อีกวิธีหนึ่งที่แนะนำสำหรับการลดการบวมคือ ใช้ผ้าพันบริเวณที่พลิก แต่ผ้าที่พันควรเป็นผ้ายืดและไม่พันแน่นจนเกินไป เพราะจะทำให้เลือดไปคั่งอยู่บริเวณปลายเท้า และบวมหนักขึ้นกว่าเดิม 5. ยกเท้าให้สูงเข้าไว้ หรือหาเก้าอี้มาหนุนขาให้สูงขึ้น เพื่อลดอัตราการหล่อเลี้ยงของเลือดไม่ให้เข้าไปยังบริเวณที่บวมได้สะดวก ขณะที่ผู้ป่วยนอนก็ควรหาหมอนหรือท่อนไม้มาหนุนขาข้างที่มีอาการให้สูงกว่าระดับหัวใจ 6. หากผู้ป่วยมีอาการปวดมาก สามารถให้รับประทานยาแก้ปวดได้ แต่ไม่ควรให้รับประทานมาก หรือติดต่อกัน 7. หากผู้ป่วยพ้นระยะ 48 ชั่วโมงไปแล้วให้ใช้วิธีใช้ถุงน้ำร้อนประคบ เพื่อกระตุ้นการไหลเวียนของโลหิต หรืออาจใช้สลับกับการประคบเย็นด้วยก็ได้ 8. หากมีอาการปวดหรือบวมมาก …

อ่านต่อ »
fish-bone-01

5 วิธีแก้ ก้างปลาติดคอควรทำยังไงดีเมื่อเจอปัญหานี้

เชื่อว่าผู้อ่านทุกท่านก็คงเคยเป็นกันนะครับ กับอาการก้างปลาไปทิ่มค้างอยู่ภายในลำคอ อันเนื่องมาจากรับประทานอาหารประเภทปลา โดยเฉพาะปลาหลายๆชนิดที่มีก้างฝอยแหลมเล็กๆ แทรกอยู่ตามเนื้อ ซึ่งมันจะส่งผลให้เกิดอาการระคายเคือง หรืออาการเจ็บๆแสบๆ เกิดขึ้นหากว่ามันทิ่มลงในบริเวณลำคอที่เป็นเนื้ออ่อน ก้างปลาเหล่านี้บางครั้งก็หลุดออกไปได้เอง แต่ก็มีบางครั้งที่มันไม่ยอมหลุดออกไป และก่อให้เกิดความรำคาญขึ้นจนหมดอารมณ์กินอาหารต่อเลยก็มีครับ แน่นอนว่าการแก้ปัญหานั้น คงจะใช้มือหยิบออกมาเฉยๆ เหมือนบาดแผลภายนอกไม่ได้แน่เพราะในลำคอนั้นเป็นส่วนลึกของร่างกาย และมีอวัยวะสำคัญต่างๆ อยู่มากมาย ดังนั้นจึงมีผู้คิดค้นวิธีแก้ปัญหาหลากหลายวิธีแตกต่างกันออกไป เรามาดูกันครับว่า มีวิธีไหนกันบ้าง 1. ดื่มน้ำเย็น บางครั้งการดื่มน้ำเย็นก็อาจจะช่วยให้ก้างปลาเหล่านั้นหลุดออกไปจากลำคอได้ ในกรณีที่มันปักไม่ลึก หรืออยู่ในซอกที่ไม่ซับซ้อนนัก เคล็ดลับก็คือ ในระหว่างการดื่ม ให้กลั้วคอไปมาในบริเวณที่รู้สึกเจ็บ จากนั้นก็ค่อยกลืนน้ำลงไป 2. ดื่มน้ำมะนาว เนื่องจากมะนาวนั้น มีฤทธิ์เป็นกรดอ่อนๆ ดังนั้นจึงมีคุณสมบัติช่วยละลายกระดูกเล็กๆ ประเภทก้างปลาได้ แต่ต้องค่อยๆ ดื่มนะครับ แล้วค่อยๆ กลืนให้น้ำมะนาวผ่านไปยังจุดที่ก้างปานั้นปักอยู่ บางคนอาจบ่นว่าวิธีนี้ทำได้ยากเพราะน้ำมะนาวจะมีรสเปรี้ยว แนะนำให้ทาเกลือที่ขอบแก้วครับ จะช่วยให้ดื่มได้ง่ายขึ้น 3. กลืนข้าวคำโตๆ แนะนำให้เป็นข้าวเหนียวเปล่าๆปั้นเป็นก้อนกลม แล้วกินลงไปโดยห้ามเคี้ยวละเอียด เอาแค่พอจะกลืนผ่านลำคอไปได้ เมื่อข้าวเหนียวผ่านช่องลำคอไปแล้ว จะช่วยทำให้ก้างปลาที่ติดอยู่ภายในลำคอ หลุดติดข้าวเหนียวลงท้องไปได้ครับ 4. ใช้นิ้วล้วง เมื่อวิธีการที่แนะนำไปทั้งหมดข้างต้นนั้น ยังใช้ไม่ได้ผล แนะนำให้ใช้นิ้วมือพันผ้าสะอาด ล้วงเข้าไปเขี่ยในบริเวณที่รู้สึกว่ามีก้างปลาติดอยู่ แต่ต้องทำด้วยความระมัดระวังนะครับ เพราะช่องลำคอของคนเรานั้นเต็มไปด้วยส่วนต่างๆ ที่สำคัญมากมายเลยทีเดียว หากไม่ระวังหรือนิ้วมือไม่สะอาดพออาจทำให้เกิดแผลขึ้น และตามมาด้วยอาการอักเสบภายในช่องปาก …

อ่านต่อ »
perfume-oder-01

รวมวิธีกำจัดกลิ่นตัว กลิ่นเต่า กลิ่นตัวแรงมากทำยังไงดีนะ

ปัญหาอย่างหนึ่งเกี่ยวกับสุขลักษณะที่อยู่คู่กับมนุษย์เรามาอย่างยาวนาน ตั้งแต่กำเนิดขึ้นมาบนโลกนี้เลยก็ว่าได้ คือเรื่องของกลิ่นตัวครับ ทั้งนี้เป็นเพราะภายในตัวของคนเรานั้น มีส่วนที่เรียกว่า ต่อมเหงื่อ ซึ่งจะคอยขับเหงื่อออกมาตามผิวหนังทั่วร่างกาย และทีนี้ไอ้เจ้าเหงื่อนี่แหละ ถ้าหากว่ามันได้ผสมเข้ากับเชื้อแบคทีเรียซึ่งมีอยู่ทั่วไปรอบตัวของเราเข้าแล้ว ก็จะส่งผลให้ร่างกายของเราเกิดกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์ หรือที่เรียกกันว่ากลิ่นตัวนั่นเอง ดังนั้นมนุษย์เราจึงมีการคิดค้นวิธีกำจัดกลิ่นตัวที่ว่านี้เรื่อยมา เพราะว่าถ้าหากปล่อยไว้ให้มันหมักหมม นอกจากจะมีกลิ่นที่ใครก็ไม่อยากเข้าใกล้แล้ว ยังจะได้โรคผิวหนังมาเป็นของแถมอีกต่างหากวิธีกำจัดกลิ่นนั้นที่นิยมกันมีดังต่อไปนี้ครับ 1. กำจัดกลิ่นด้วยสารส้ม เป็นวิธีการที่ค้นพบมาตั้งแต่สมัยโบราณแล้วครับ เพราะเจ้าสารส้มที่ว่านี้ มีฤทธิ์กำจัดกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์ได้ถึง 100% และเป็นเวลานานถึง 24 ชั่วโมง ดังนั้นคนในสมัยโบราณจึงนิยมนำมาใช้ดับกลิ่นตัว โดยวิธีใช้นั้นก็ง่ายมาก เพียงแค่ถูกเจ้าสารส้มนี่ลงไปยังจุดที่ต้องการกำจัดกลิ่น จากนั้นก็ถูสบู่ทับลงไปแล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด จากนั้นกลิ่นที่ไม่ต้องการก็จะหายไป แต่ต้องระวังด้วยนะครับ เพราะสารส้มมีฤทธิ์เป็นกรดอ่อนๆ ดังนั้นจึงไม่ควรจะใช้บ่อย เพราะอาจจะทำให้แสบในบริเวณที่ถูได้ 2. สมุนไพรตามธรรมชาติเป็นอีกวิธีหนึ่งที่ได้รับความนิยมมาตั้งแต่โบราณครับ ซึ่งสมุนไพรที่ว่านั้นก็เป็นพืชหรือตัวยาที่หาได้ทั่วไป อย่างเช่น – ใบพลู โดยวิธีใช้ให้นำมาขยี้กับน้ำ ก่อนจะนำไปทาที่รักแร้หรือบริเวณที่มีกลิ่นหลังจากอาบน้ำ – ใบฝรั่ง ให้นำมาโขลกผลสมกับน้ำ นำไปทาหรือโปะบริเวณที่มีกลิ่นไม่พึงประสงค์ทิ้งไว้สัก 5-10 นาที หลังจากนั้นให้ล้างออกและอาบน้ำ กลิ่นที่ไม่ต้องการก็จะหายไป – มะนาว เป็นพืชที่พบเห็นและหาได้ทั่วไปครับ วิธีการนำมาใช้ดับกลิ่นตัวนั้น ให้นำมะนาวมาผ่าซีก แล้วทาบริเวณที่ต้องการกำจัดกลิ่น จากนั้นให้ล้างออกด้วยน้ำสะอาด – มะขามเปียก นอกจากจะมีฤทธิ์ในการกำจัดกลิ่นแล้ว มะขามเปียกยังช่วยขจัดเซลล์ผิวหนังที่ตายแล้วอันเป็นสาเหตุหนึ่งของการหมักหมมออกไปจากร่างกายอีกด้วย …

อ่านต่อ »
วิธีกำจัดเหาแบบถาวร เหาบนหัวเกิดจากอะไร มาจากไหน อันตรายไหม?

วิธีกำจัดเหาแบบถาวร เหาบนหัวคนเกิดจากอะไร มาจากไหน อันตรายไหม?

ปัญหาอย่างหนึ่งของคุณพ่อคุณแม่ที่มีลูกอยู่ในวัยเรียนก็คือ การกำจัดเหาที่อยู่บนศีรษะของลูก และหากไม่ได้ดูแลอย่างดี ไข่เห่าอาจมาอยู่บนเส้นผมของคุณพ่อคุณแม่ด้วยก็ได้ เหาที่อยู่บนศีรษะของลูกแม้บางครั้งเราดูแลอย่างดี แต่ก็ไม่สามารถกำจัดให้หมดไปได้เพราะเมื่อไปโรงเรียนก็อาจติดจากเพื่อนๆ ได้อีก ดังนั้นวิธีกำจัดให้ได้ผลดีต้องทำอย่างต่อเนื่อง วันนี้เรามีวิธีกำจัดเหาที่ทำได้ง่ายๆ มาแนะนำค่ะ เหาเกิดจากอะไร เหาที่อาศัยอยู่บนหนังศีรษะเป็นเชื้อปรสิต มีลักษณะเป็นแมลงขนาดเล็กตัวยาวรีประมาณ 3-4 ซม เหาตัวเมียจะวางไข่บริเวณเส้นผมของคนเรา และออกไข่ครั้งละ 7-10 ฟองต่อวัน ใช้เวลาฝักตัวประมาณ 1 สัปดาห์ เหาจะดูดเลือดเป็นอาหาร และสามารถติดต่อกันได้หากอยู่ใกล้ชิดหรือใช้สิ่งของร่วมกันเช่นใช้หวีหรือหมวกร่วมกัน อันตรายจากการเป็นเหา การเป็นเหาไม่ใช่โรคที่ร้ายแรง แต่หากปล่อยให้มีเหาโดยไม่ดูแลรักษาหรือกำจัด เมื่อเกิดอาการคันก็จะทำให้เกาบ่อยๆ ทำให้เสียบุคลิกภาพและอาจทำให้หนังศีรษะเป็นแผลจนเกิดการติดเชื้อได้ ส่วนเด็กที่ติดเหาหากไม่ได้รับการดูแลอาจส่งผลต่อพัฒนาการทำให้การเรียนมีปัญหาการเจริญเติบโตช้า และยังทำให้เด็กพักผ่อนไม่เพียงพอเพราะนอนหลับไม่สนิทเนื่องจากอาการคันที่เกิดจากการเป็นเหา วิธีกำจัดเหา การกำจัดเหาไม่ใช่เรื่องยาก หากหมั่นดูแลรักษาความสะอาดโดยเฉพาะเด็กๆ แต่การกำจัดให้หายขาดอาจเป็นเรื่องยาก เพราะติดกันได้ง่ายจากการใกล้ชิดและใช้สิ่งของบางอย่างร่วมกัน แต่การกำจัดไม่ให้มีเหาตัวเต็มวัยอยู่บนศีรษะเพื่อป้องกันไม่ให้มีไข่เหาก็ถือว่าเป็นการกำจัดเหาได้อย่างถูกวิธี สระผมเป็นประจำอย่างน้อยสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง เพราะในน้ำยาสระผมมีสารที่สามารถกำจัดเหาได้หลายชนิด หมั่นใช่หวีกำจัดเหา เช่น หวีเสนียดสางผมบ่อยๆ เพื่อกำจัดเหาตัวเต็มวัยให้หมดไป เป็นการป้องกันการวางไข่ของตัวเหา การใช้สมุนไพรกำจัดเหา เช่น ใช้ใบน้อยหน่าขยี้ให้ละเอียดแล้วนำไปหมักผมทิ้งไว้ 30 นาทีก่อนล้างออกแล้วสระทำความสะอาดตามปกติ ช่วยฆ่าเหาได้อย่างเห็นผล หรือจะใช้ผลมะกรูดขยี้ลงไปตามเส้นผมก่อนสระผมทุกครั้ง นอกจากช่วยกำจัดเหาได้แล้วยังทำให้เส้นผมนุ่มอีกด้วย หลีกเลี่ยงการใช้สิ่งของร่วมกัน เช่น หวี หมวก เป็นต้น การเป็นเหาไม่ได้ทำให้เกิดอันตรายร้ายแรงหรือเป็นปัญหาสุขภาพ …

อ่านต่อ »
ทําไมริมฝีปากดํา? สาเหตุและวิธีแก้ไขริมฝีปากดำคล้ำให้กลับมามีสีชมพู

ทําไมริมฝีปากดํา? สาเหตุและวิธีแก้ไขริมฝีปากดำคล้ำให้กลับมามีสีชมพู

ความงาม คือสิ่งที่มนุษย์ทุกๆคนพยามยามไขว่คว้าและสร้างขึ้นมาเพื่อให้เหมาะกับความสมบูรณ์แบบในอุดมคติของตัวเองให้มากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นในทางด้านร่างกายหรือจิตใจก็ตาม แต่สำหรับผู้หญิงแล้ว พวกเรามักจะลำเอียงความสมบูรณ์ดังกล่าวให้กับ ร่างกายมากกว่าจิตใจเสียมากหน่อย ในเมื่อเขากล่าวกันว่าใบหน้า คือส่วนที่สำคัญอย่างมากของร่างกายมันเปรียบได้เช่นกับบ้าน เพราะถ้าหากดวงตาคือหน้าต่างสู่จิตใจแล้วล่ะก็ ริมฝีปากของเราคือประตูที่ชักนำและส่งออกสิ่งที่ดีๆเข้าสู่เรา ถ้าหากว่าประตูนั่นมันดำและอัปลักษณ์แล้วล่ะก็ ตัวบ้านที่สวยงามก็จะสูญซึ่งความหมายไปเสียหมด ดังนั้นเพื่อความงามของ “ประตู”บนใบหน้าของเรา บทความนี้จะขอแนะนำเคล็ดลับในการทำให้ริมฝีปากของเราไม่ดำคล้ำกัน ก่อนที่เราจะว่าด้วยเรื่องของการแก้ไข เรามาดูกันก่อนดีกว่าว่าอะไรบ้างที่เป็นสาเหตุที่ทำให้ริมฝีปากของเราดำคล้ำกัน บุหรี่ การดูดริมฝีปาก เครื่องดื่มผสมกาเฟอีน แอลกอฮอลลล์ น้ำดื่มผสมคลอรีน การโดนแดดเผาหรือความชื้นในอากาศ เครื่องสำอางชั้นเลว การบริโภคอาหารที่เลวร้าย ภูมิแพ้ ฮอร์โมนไม่สมดุล ยาสีฟันผสมฟลูออไรด์เกินขนาด การขาดวิตามิน ความเครียด การทำคีโม การใช้ชีวิตที่ไม่ได้เรื่อง ฯลฯ จะเห็นได้ว่าตัวแปรในการทำให้ริมฝีปากของเราดำคล้ำอย่างน่ารังเกียจมีได้เยอะมาก แต่ทั้งหมดต่างมีสาเหตุร่วมกันนั่นคือ “การไม่เอาใจใส่ตัวเอง” หรือ “ขี้เกียจ” นั่นเอง ดังนั้นก่อนที่จะเริ่มต้นขั้นตอนในการฟื้นฟูตัวเองด้วยตัวเองของเรา สิ่งที่เราต้องทำอันดับแรกคือการ ปรับปรุงนิสัยและชีวิตของตัวเองเสียก่อนที่จะเริ่มต้นใช้วิธีการดูแลที่ เป็นธรรมชาติของเราด้วยผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติของเราอย่าง มะนาว เป็นต้น ในฐานะที่เป็นตัวฟอกขาวในธรรมชาติ มะนาวจะช่วยทำให้ผิวของเราขาวขึ้น โดยน้ำมะนาวสดๆ จะมีกรดที่ช่วยในการลอกหนังกำพร้าของเราออกไป ซึ่งจะทำให้ริมฝีปากของเรา ดูเนียนนุ่มและมีน้ำนวลมากขึ้น โดยเราสามารถที่จะนำ “ตัวช่วยอื่น” มาผสมกับน้ำมะนาวได้อย่างเช่นว่า มะนาวกับน้ำตาล: ให้หั่นมะนาวออกเป็นแว่นๆ แล้วเหยาะน้ำตาลลงไปแต่ละแว่นก่อนที่จะนำ แว่นมะนาวมาชะโลมริมฝีปากทุกๆวันจนกว่าจะเห็นผล น้ำมะนาว,กลีเซอรีนและน้ำผึ้ง: ผสมส่วนผสมทั้งหมดอย่างละครึ่งช้อนชาเข้าด้วยกันในชามที่เตรียมไว้ …

อ่านต่อ »