หน้าแรก » ธุรกิจและการลงทุน

ธุรกิจและการลงทุน

วิธีฝากเงินอย่างไรให้รวย อยากออมเงินเปิดบัญชีแบบไหนดีนะ

วิธีฝากเงินอย่างไรให้รวย อยากออมเงินเปิดบัญชีแบบไหนดีนะ

คนสมัยนี้นิยมฝากเงินเก็บไว้ในธนาคาร เพราะเป็นวิธีที่ทั้งปลอดภัยและมีค่าตอบแทนให้ในรูปของดอกเบี้ย แต่หลายๆ คนก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดีว่าต้องฝากแบบไหนกับธนาคารไหนจึงจะสามารถทำให้รวยได้ อธิบายอย่างนี้ค่ะ ในแต่ละธนาคารนั้นมีประเภทของเงินฝากที่ให้ดอกเบี้ยแตกต่างกันออกไป ดังนั้นเราจึงควรทำความเข้าใจกับบัญชีแต่ละประเภทของธนาคารกันซะก่อน ที่จะตัดสินใจฝากเงินเก็บสุดรักของคุณไว้กับบัญชีประเภทไหน 1. บัญชีออมทรัพย์ เป็นบัญชีที่เจ้าของบัญชีสามารถเบิกถอน หรือโอนไปไหนได้ตามสะดวก ซึ่งข้อดีก็คือมีอิสระในการใช้งานได้อย่าเต็มที่ ไม่ว่าจะถอนหรือฝาก ไม่มีข้อจำกัดใดๆ นอกจากวงเงินในบัญชี แต่ข้อเสียก็คือบัญชีประเภทนี้มีอัตราดอกเบี้ยต่ำ แถมยังถูกเก็บภาษีดอกเบี้ยอีกต่างหาก 2. บัญชีฝากประจำ เป็นบัญชีที่กำหนดระยะเวลาการฝากถอน เช่น 3 เดือน , 6 เดือน หรือ 1 ปีก็ว่ากันไป ข้อจำกัดของบัญชีประเภทนี้จึงอยู่ที่การฝากถอน เพราะบัญชีประเภทนี้มักจะมีดอกเบี้ยสูง แต่ต้องถอนตามระยะเวลากำหนดเท่านั้น ไม่เช่นนั้นจะไม่ได้ดอกเบี้ย 3. บัญชีฝากออมทรัพย์แบบพิเศษ หมายถึง บัญชีที่ฝากแบบมีเงื่อนไข ตามเป้าหมายอะไรบางอย่าง คือ ผู้ฝากต้องฝากเงินในจำนวนเท่ากันทุกเดือนจนกว่าจะครบตามเป้าที่ตั้งไว้ ข้อดีคือให้ดอกเบี้ยที่สูงกว่าการฝากเงินแบบออมทรัพย์ธรรมดา แต่ข้อเสียก็คือสามารถเบิกเงินได้เดือนละครั้ง เมื่อตัดสินในเลือกประเภทบัญชีที่จะฝากเงินแล้ว ผู้ฝากยังต้องจัดการเงินทั้งหมดที่มีออกเป็นประเภท เพื่อให้เป้าหมายการฝากเงินนั้นมีประสิทธิภาพสูงสุด โดยการแบ่งเงินออกเป็นสามบัญชี คือ 1. บัญชีสำหรับค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นในชีวิตประจำวันบวกกับค่าใช้จ่ายยามฉุกเฉิน ควรเป็นบัญชีออมทรัพย์ที่สามารถเบิกได้เสมอ ต่อมา 2. บัญชีฝากประจำ ซึ่งควรเป็นเงินฝากระยะยาว เพราะจะสามารถให้ดอกเบี้ยที่สูงกว่าได้ แนะนำว่าควรนำเงินไปฝากเป็นประจำพร้อมโดยแบ่งจาก 10% ของรายได้ต่อเดือนทั้งหมด …

อ่านต่อ »
กลุ้มใจเมื่อตกงานจะทำอะไรดี วิธีรับมือเมื่ออยู่ๆก็กลายเป็นคนว่างงาน

กลุ้มใจเมื่อตกงานจะทำอะไรดี วิธีรับมือเมื่ออยู่ๆก็กลายเป็นคนว่างงาน

การตกงาน ถือเป็นภาวะที่ไม่มีใครอยากจะพบเจอ เพราะการไม่มีงานทำนั้นหมายถึงไม่มีรายได้เช่นกัน โดยเฉพาะในยุคสมัยที่ทุกอย่างเป็นเงินเป็นทองอย่างทุกวันนี้ ดังนั้นเมื่อพูดถึงคำว่าตกงานขึ้นมาอย่าว่าแต่ไม่อยากพบไม่อยากเจอเลยครับ แม้แต่คำพูดยังไม่อยากได้ยิน แต่ถ้าหากว่ามันเกิดขึ้นกับเราแล้วล่ะ จะทำอย่างไรดี? วันนี้เราเลยจะมานำเสนอหัวข้อที่ว่า “จะทำอะไรดีเมื่อตกงาน” กันครับ 1. หางานอื่น ไม่ว่าจะด้วยสาเหตุอะไรที่ทำให้คุณต้องตกงานมาเตะฝุ่น แต่ในเมื่อถูกเชิญออกหรือลาออกมาแล้ว ก็คงต้องมีเหตุผลอะไรสักอย่าง ดังนั้นอย่าไปคิดถึงเรื่องอดีตให้มากครับ ในเมื่อที่เก่าไม่เหมาะกับเราก็ยังมีที่ใหม่ งานไม่ได้มีแค่เดียวหรอก เพียงแค่คุณมีความสามารถและไม่ยอมท้อถอย ผมเชื่อว่ามีที่ที่ต้อนรับคุณอย่างแน่นอน 2. ทำงานอิสระ งานอิสระหรือที่เรียกกันว่าฟรีแลนซ์ ที่ปัจจุบันเป็นที่นิยมกันมากเพราะไม่ต้องรีบเร่งแข่งกับเวลา สามารถทำงานที่บ้านได้อย่างสบายๆ เมื่อถึงเวลาก็ไปส่งงานแค่นั้น งานชนิดนี้ข้อดีคือคุณสามารถกำหนดชีวิตของคุณได้อย่างเต็มที่ อยากนอนตอนไหน หรือจะตื่นนอนตอนไหนก็ได้ทั้งนั้น ในแง่ของรายได้ก็ถือว่าดี เพราะงานที่จ้างฟรีแลนซ์ส่วนใหญ่เป็นงานแบบโปรเจ็กต์ คือเป็นโครงการที่มีเงินสนับสนุนอยู่แล้ว ดังนั้นจึงไม่ต้องกลัวว่าทำงานอิสระแล้วจะอดตาย หรือรายได้ไม่พอค่าใช้จ่าย แต่งานประเภทนี้ข้อเสียก็คือไม่ได้มีงานเข้ามาอย่างสม่ำเสมอ ดังนั้นคุณจึงต้องคอยออกไปหาลูกค้าบ้าง หรือเข้าไปยังแหล่งที่มีคนต้องการจ้างงานพวกนี้เยอะๆ บ้าง เพื่อให้มีงานทำอยู่ตลอดนั่นเองครับ 3. ธุรกิจส่วนตัว งานนี้ต่างกับฟรีแลนซ์ตรงที่ธุรกิจส่วนตัวนั้นเป็นการทำงานที่ต้องดำเนินงานตลอด (แต่ฟรีแลนซ์จะทำงานก็ต่อเมื่อมีคนจ้าง) คุณอาจจะเริ่มต้นทำอะไรเล็กๆ เช่น ร้านกาแฟ ร้านอาหารหรือร้านเบเกอรี่ก็ได้ ซึ่งเป็นธุรกิจที่ไม่ต้องลงทุนมากนัก หรือใครที่พอจะมีความสามารถและถนัดในด้านไหนก็เริ่มต้นธุรกิจทางด้านนั้นไปเลยเพราะมีความรู้เป็นทุนอยู่แล้ว เช่น เมื่อก่อนเคยเป็นสถาปนิก ก็อาจจะมาเปิดกิจการเล็กๆ หรือเคยเป็นผู้จัดการโรงแรม ก็อาจจะออกมาทำรีสอร์ทส่วนตัวตามแบบที่ต้องการอย่างนี้เป็นต้น ผมเชื่อว่า หากเรามีความพยายามและไม่ท้อแท้สิ้นหวัง ก็จะสามารถฟันฝ่าอุปสรรคต่างๆ ไปได้ครับ อย่าลืมนะครับว่าต่อให้เราตกงาน …

อ่านต่อ »
วิธีการซื้อสลากออมสินมีขึ้นตอนง่ายๆอย่างไรบ้าง แบบผู้เริ่มต้นการออม

วิธีการซื้อสลากออมสินมีขึ้นตอนง่ายๆอย่างไรบ้าง แบบผู้เริ่มต้นการออม

สลากออกสินถือเป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับผู้ที่ต้องการออมเงิน เนื่องจากมีความปลอดภัยและให้ดอกเบี้ยตามอัตราที่ธนาคารกำหนด ซึ่งหลายๆ คนก็เลือกที่จะเก็บออมเงินกันด้วยวิธีนี้ และอีกหลายคนที่กำลังสนใจอยากจะหันมาซื้อสลากออมสินกันบ้าง แต่ไม่รู้ทำยังไงหรือไปซื้อที่ไหน เพราะไม่มีขายทั่วไปยกเว้นที่ธนาคารออมสินเท่านั้น วันนี้เราจะมาแนะนำวิธีการง่ายๆ สำหรับผู้ที่สนใจซื้อสลากออมสินกันครับ 1. วิธีการซื้อ ต้องบอกเลยว่ายุคสมัยนี้ถือว่าสะดวกสบายกว่ายุคก่อนมาก เพราะเมื่อก่อนการที่จะได้สลากออมสินมานั้น จำเป็นต้องเดินไปที่ธนาคารออมสินสาขาใกล้บ้านเท่านั้น แต่เมื่อยุคสมัยเปลี่ยนอะไรก็ง่ายขึ้น ท่านสามารถซื้อสลากออมสินได้จากตู้ ATM ของธนาคารออมสิน หรือจะซื้อผ่านทางอินเตอร์เน็ตก็ได้โดยซื้อผ่านทางออมสิน Internet Banking นะครับ แต่ถ้าเพิ่งเคยซื้อเป็นครั้งแรก แนะนำให้ไปซื้อที่ธนาคารดีกว่าครับ ติดขัดยังไงจะได้สอบถามเจ้าหน้าที่ได้สะดวก โดยสลากจะแบ่งเป็นสองแบบ ทั้งสลากแบบ 3 ปี และสลากแบบ 5 ปี ซึ่งมีราคาต่อหน่วยและอัตราดอกเบี้ยแตกต่างกันออกไป แล้วแต่ว่าผู้ซื้อต้องการแบบไหน 2. วิธีการซื้อสลากที่ธนาคารออมสิน แรกเริ่มให้นำบัตรประจำตัวประชาชนพร้อมเงินจำนวนที่ต้องการซื้อไปยื่นให้เจ้าหน้าที่ พร้อมบอกความประสงค์ว่าต้องการซื้อสลากแบบไหน 3 ปี หรือ 5 ปีก็ว่ากันไป แนะนำว่าให้เปิดบัญชีไว้ด้วยครับ เผื่อเวลาถูกรางวัลจะได้ให้เจ้าหน้าที่เขาโอนเงินเข้าบัญชีส่วนนี้ได้เลย และจะขอแนะนำอีกอย่างว่า การลงทุนในสลากออมสินนั้นหมายถึงว่าคุณจะถอนเงินออกไปก่อนเวลาที่กำหนดไม่ได้ เพราะจะมีการหักส่วนลด และการลงทุนจะสูญเปล่า ดังนั้นผู้ที่คิดจะลงทุนควรนำเงินที่เป็นเงินเก็บ ซึ่งไม่มีผลต่อชีวิตประจำวันมาลงทุนจะดีกว่า 3. หากสลากออมสินหายหรือชำรุด ให้รีบไปแจ้งความและติดต่อกับธนาคารออมสินสาขาที่เราไปซื้อสลากโดยเร็วที่สุดครับ 4. การออกรางวัลของสลากออมสินนั้นออกเดือนละ 2 ครั้ง โดยจะมีรางวัลต่างๆ ตั้งแต่ระดับสิบล้านไปจนถึง …

อ่านต่อ »
หุ้น IPO คืออะไร มือใหม่อยากจองหุ้นต้องทำยังไงบ้าง

หุ้น IPO คืออะไร มือใหม่อยากจองหุ้นต้องทำยังไงบ้าง

หุ้น IPO หรือชื่อเต็มๆ ว่า Initial Public Offering เป็นการเสนอขายหุ้นให้กับนักลงทุนครั้งแรกของบริษัทที่เปิดให้ระดมทุน เพื่อนำเงินไปเป็นลงทุนในการดำเนินธุรกิจต่อไป และยังช่วยในการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับองค์กร ตัวอย่างเช่น บริษัท A ต้องการระดมเงินทุนเพื่อขยายไลน์การผลิต จึงเปิดขายหุ้น IPO ให้กับนักลงทุนทั่วไป ดังนั้นเมื่อบริษัทตัดสินใจที่จะขายหุ้น IPO จะต้องทำการยื่นเรื่องต่อกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ซึ่งหากทางบริษัทนั้นยังมีสภาพเป็นบริษัทจำกัดอยู่ให้ดำเนินการแปลงเป็นมหาชน จากนั้นต้องตั้งที่ปรึกษาทางการเงินขึ้นมา โดยคนกลุ่มนี้ต้องได้รับความเห็นชอบจาก ก.ล.ต. เสียก่อน และต้องจัดทำหนังสือชี้ชวนให้ซื้อหุ้น และนำมายื่นที่ ก.ล.ต. อีกครั้ง จากนั้นรอการดำเนินงานราว 45 วัน แล้วจึงสามารถทำการซื้อขายได้ การซื้อหุ้น IPO นั้นต้องผ่านตัวแทนจัดจำหน่าย ซึ่งส่วนมากแล้วผู้จัดจำหน่ายเหล่านี้มักจะมีรายชื่ออยู่ด้านหลังใบชี้ชวน โดยมากเป็นธนาคารพาณิชย์ทั้งหลายในประเทศไทยนี่แหละครับ คุณเองก็สามารถเลือกได้ตามชอบเลยว่าชอบบริการของธนาคารไหน ซึ่งเมื่อผู้ลงทุนตัดสินใจที่จะลงทุนแล้ว สามารถไปขอจองซื้อได้ตามวันและเวลาที่ทางบริษัทกำหนดเอาไว้ แต่ต้องอบอกว่าวันและเวลาของผู้ซื้อแต่ละกลุ่มนั้นอาจจะไม่เหมือนกันนะครับ เช่น ผู้ซื้อรายย่อยอาจจะได้สิทธิ์การจองซื้อภายหลังจากที่บริษัทเปิดโอกาสให้กับทางผู้ลงทุน เจ้าหนี้ หรือผู้มีอุปการคุณของทางบริษัทจองซื้อไปเสียก่อน แต่ถ้าหุ้นนั้นได้รับความสนใจจากผู้ต้องการลงทุนมาก จนเกินกว่าจำนวนหุ้นที่มี (ผู้ต้องการซื้อมีมากกว่าหุ้นที่มีขาย) ทางบริษัทก็จะใช้วิธีสุ่มรายชื่อ ซึ่งหากเป็นวิธีนี้ ต้องบอกว่าแล้วแต่ดวงครับตรงจุดนี้ และเมื่อผู้ลงทุนจองซื้อเสร็จแล้ว สามารถติดต่อขอดุผลการจัดสรรได้จากตัวแทนจำหน่ายที่คุณใช้บริการนั่นเองครับ สำหรับเอกสารต่างๆ ที่ใช้ยื่นในการเป็นเจ้าของหุ้นนั้นคือ ใบจองซื้อ สำเนาบัตรประชาชน และบัญชีธนาคารที่คุณเปิดใช้สำหรับซื้อขาย …

อ่านต่อ »
9 วิธีคิดของคนรวย คิดอย่างไรให้รวยกับเคล็ดลับสู่ความสำเร็จของนักธุรกิจ

9 วิธีคิดของคนรวย คิดอย่างไรให้รวยกับเคล็ดลับสู่ความสำเร็จของนักธุรกิจ

เมื่อพูดถึงเศรษฐีและความร่ำรวย เชื่อว่าหลายๆ คนได้แต่สงสัยปนอิจฉาอยู่ในใจ ว่าคนรวยเขามีวิธีคิดอย่างไรกันแน่ จึงสามารถสร้างเนื้อสร้างเนื้อสร้างตัวให้ร่ำรวยได้ ทั้งที่บางคนนั้นมีต้นทุนแรกเริ่มต่ำมากด้วยซ้ำ วันนี้เราจะมาถอดรหัสความคิดของคนรวย ว่าอะไรกันแน่ที่เป็นเคล็ดลับให้พวกเขาประสบความสำเร็จกันค่ะ 1. คนรวยส่วนใหญ่เชื่อว่าเขาคือผู้ลิขิตชีวิตตนเอง พูดง่ายๆ คือถ้าเขาคิดจะทำอะไรหรือจะเป็นอะไร จะลงมือจัดการให้มันเป็นจริงขึ้นมาทันที โดยไม่รออะไรเลย เพราะเขาเชื่อว่าชีวิตอยู่ในกำมือของเขาเอง 2. คนรวยนั้นมีแนวคิดที่เป็นหัวการค้าตั้งแต่เด็ก กล่าวคือ คนรวยมักจะมองเห็นทุกๆ สิ่งเป็นเงินเป็นทองเสมอ พวกเขาอาจยอมสละเวลาเที่ยวเล่นในวัยเด็ก มารับทำงานเพื่อให้ได้เงินมาใช้ก็ได้ ถ้านั่นคุ้มค่าพอ 3. คนรวยคิดว่าตนเองต้องชนะอยู่เสมอ โดยเฉพาะในเรื่องการลงทุนต่างๆ เขาจะคิดว่าเขาต้องชนะเท่านั้น ต่างกับคนที่คิดได้แค่ว่าไม่แพ้ก็ดีถมเถไปแล้ว นี่เป็นเรื่องที่ต่างกันทางตรรกะ 4. คนรวยมองหาโอกาส ไม่สนใจอุปสรรค ต่างกับคนจนที่คิดจะทำอะไรแต่ละอย่างก็กลัวนั่นกลัวนี่ไปหมด แต่คนรวยเขาจะมองหาโอกาสอื่นๆ เผื่อเอาไว้อยู่ตลอดเวลานั่นเอง 5. เลือกทำเงินโดยไม่รอเวลา ไม่ผัดวันประกันพรุ่งหรือรอนั่นรอนี่ ถ้าเขาอยากทำหรือยากลงทุน เขาจะกระโจนเข้าใส่ทันที ต่างกับคนจนที่รอนั่นรอนี่ จนสุดท้ายก็พลาดโอกาสงามๆ ไป 6. คนรวยแสวงหาความมั่งคั่งอยู่เสมอ โดยไม่ได้มองแค่รายได้ประจำที่จะเข้ามาเท่านั้น คนรวยมองหาโอกาสที่จะทำเงินอยู่เสมอ แนวคิดของเขาคือ เงินนั้นนำมาซึ่งความมั่งคั่ง 7. คนรวยมองภาพรวมทั้งระบบ เขาจะมองหาจุดอ่อนและจุดแข็งของตัวเขาเองพร้อมกับบริหารจัดการอย่างเป็นระบบ แต่คนจนนั้นมองเฉพาะจุดที่อยู่ตรงหน้าของตนเท่านั้น 8. คนรวยนั้นเรียนรู้อยู่ตลอดเวลา เพราะเขาชอบแสวงหาแนวคิดใหม่ๆ เพื่อที่จะได้นำมาปรับใช้ในชีวิตและการทำธุรกิจ 9. คนรวยนั้นแท้จริงแล้วใช้ชีวิตอย่างสมถะ เพราะเขานั้นรู้จักคุณค่าของเงินที่หามาได้ …

อ่านต่อ »