หน้าแรก » Insight Tutor

Insight Tutor

วิธีดูงาช้างแท้หรือเทียม สังเกตุได้อย่างไร

งาช้าง

ในปัจจุบันมีการนำงาช้างไปเป็นเครื่องประดับตกแต่งมากมาย อาทิเช่น การนำงาช้างไปทำเป็นเครื่องประดับ ไม่ว่าจะเป็นสร้อยคอ กำไล หรือกระเป๋า นอกจากนี้งาช้างอาจถือเป็นหนึ่งในของตกแต่งบ้านที่ทำให้บรรยากาศภายใน ดูหรูและเหนือระดับ และเพราะงาช้างมีราคาแพง ทำให้มีมิจฉาชีพ ปลอมแปลงงาช้างขึ้นมาเพื่อค้าขาย ซึ่งอาจจะทำให้ผู้ที่ไม่ถนัดในด้านนี้ถูกหลอกให้ซื้อของปลอมไปอย่างน่าเสียดาย ในวันนี้เราจึงมีข้อคิดดีๆมาแนะนำเพื่อนๆกันค่ะ กับ วิธีดูงาช้าง… เลือกซื้องาช้างอย่างไร ไม่ให้โดนหลอก เริ่มแรกเลยนั้นเพื่อนๆจะสังเกตได้จากลักษณะภายนอกของงาช้างค่ะ โดยงาช้างแท้จะมีน้ำหนักต่างจากงาช้างปลอมที่จะเบากว่าเพราะผู้ค้ามักจะทำปลอมขึ้นมาด้วยพลาสติกหรือเขาสัตว์อื่น ต่อมาจึงมองงาช้างให้ละเอียดยิ่งขึ้นซึ่งงาช้างแท้จะมีสีขาวเนื้อเป็นมันวาว มีลายสานเป็นตารางช่องเล็กๆเมื่อส่องผ่านแว่นขยายค่ะ วิธีสุดท้ายดูจะเป็นวิธีที่น่ากลัวไปบ้าง แต่พิสูจน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพก็คือการนำงาช้างมาเผาไฟค่ะ โดยงาช้างแท้นั้นจะเหลือเป็นเถ้าสีขาว ภายหลังการเผาไฟ โดยระหว่างการเผานั้นจะมีควันเขม่าดำออกมาไม่มาก และวิธีที่จะพิสูจน์ได้ให้แน่นอนไปเลย ก็คือการนำงาช้างนั้นไปตรวจโดยรังสีอินฟราเรด วัดความถี่ของเสปรกตรัมของธาตุที่เป็นองค์ประกอบแต่ละชนิด โดยงาช้างหากเป็นของแท้นั้นก็จะแสดงเสปรกตรัมของสารประกอบของธาตุฟอตเฟตและกรดอะมิโนค่ะ

อ่านต่อ »

ข้างขึ้น ข้างแรม เกิดจากอะไร เพราะสาเหตุใด?

ข้างขึ้น-ข้างแรม

ดวงจันทร์นั้นเป็นดาวบริวารของโลก และไม่มีแสงสว่างในตัวของมันเอง ดังนั้นแสงสว่างขาวนวลที่เกิดขึ้นนั้น เนื่องมาจากสะท้อนแสงของดวงอาทิตย์อีกทีหนึ่ง ดวงจันทร์นั้นเคลื่อนตัวรอบโลก คนที่อยู่บนโลกจึงมองเห็นดวงจันทร์ในมุมต่างๆ กันไปตามแต่ช่วงเวลาและองศาที่ดวงจันทร์กระทำกับโลก ปรากฏการณ์นี้เรียกว่า “ข้างขึ้น-ข้างแรม” อย่างที่บอกว่าดวงจันทร์นั้นสะท้อนแสงสว่างมาจากดวงอาทิตย์อีกทีหนึ่ง ดังนั้นด้านที่ไม่ได้รับแสงจะมองเห็นเป็นลักษณะมืดมิดเพราะถูกบดบังด้วยเงาของตัวเอง และทำให้มองเห็นเป็นรูปลักษณะแตกต่างกันออกไป ซึ่งลักษณะที่ว่านี้จะเปลี่ยนแปลงไปทุกวัน วันละ 12 องศา ดังนั้นเราจึงมองเห็นดวงจันทร์เป็นดวงกลมโต ดวงเสี้ยว จนกระทั่งมืดมิดในคืนข้างแรม ซึ่งกระบวนการเหล่านี้กินเวลานานประมาณ 30 วันต่อหนึ่งรอบ และเมื่อสิ้นสุดรอบข้างแรม เราก็จะกลับมามองเห็นดวงจันทร์เต็มดวงอีกครั้งในคืนข้างขึ้น หมุนเวียนกันไปอย่างนี้เรื่อยๆ ไม่จบสิ้น คนไทยนั้นถือปฏิทินจันทรคติ คือแบ่งจำนวน ข้างขึ้นออกเป็น 15 วันและข้างแรม 15 วัน (ข้างขึ้น 1 ค่ำ – 15 ค่ำ ข้างแรม แรม 1 ค่ำ – แรม 15 ค่ำ) ซึ่งวันที่ดวงจันทร์เต็มดวงกลมโตสว่างที่สุดให้ถือเป็นวันขึ้น 15 ค่ำ ในขณะที่คืนที่มืดมิดที่สุดนั้นถือเป็นวันแรม 15 ค่ำ นอกจากนั้นยังมีการจัดเอาคืนที่ดวงจันทร์สว่างเพียงครึ่งเสี้ยวเป็นวันขึ้น/แรม  7-8 ค่ำ ตามแต่องศาที่กระทำกับโลก ซึ่งสามารถอธิบายได้ดังนี้ ขึ้น 15 …

อ่านต่อ »

วิธีกำจัดเหาแบบถาวร เหาบนหัวคนเกิดจากอะไร มาจากไหน อันตรายไหม?

วิธีกำจัดเหาแบบถาวร เหาบนหัวเกิดจากอะไร มาจากไหน อันตรายไหม?

ปัญหาอย่างหนึ่งของคุณพ่อคุณแม่ที่มีลูกอยู่ในวัยเรียนก็คือ การกำจัดเหาที่อยู่บนศีรษะของลูก และหากไม่ได้ดูแลอย่างดี ไข่เห่าอาจมาอยู่บนเส้นผมของคุณพ่อคุณแม่ด้วยก็ได้ เหาที่อยู่บนศีรษะของลูกแม้บางครั้งเราดูแลอย่างดี แต่ก็ไม่สามารถกำจัดให้หมดไปได้เพราะเมื่อไปโรงเรียนก็อาจติดจากเพื่อนๆ ได้อีก ดังนั้นวิธีกำจัดให้ได้ผลดีต้องทำอย่างต่อเนื่อง วันนี้เรามีวิธีกำจัดเหาที่ทำได้ง่ายๆ มาแนะนำค่ะ เหาเกิดจากอะไร เหาที่อาศัยอยู่บนหนังศีรษะเป็นเชื้อปรสิต มีลักษณะเป็นแมลงขนาดเล็กตัวยาวรีประมาณ 3-4 ซม เหาตัวเมียจะวางไข่บริเวณเส้นผมของคนเรา และออกไข่ครั้งละ 7-10 ฟองต่อวัน ใช้เวลาฝักตัวประมาณ 1 สัปดาห์ เหาจะดูดเลือดเป็นอาหาร และสามารถติดต่อกันได้หากอยู่ใกล้ชิดหรือใช้สิ่งของร่วมกันเช่นใช้หวีหรือหมวกร่วมกัน อันตรายจากการเป็นเหา การเป็นเหาไม่ใช่โรคที่ร้ายแรง แต่หากปล่อยให้มีเหาโดยไม่ดูแลรักษาหรือกำจัด เมื่อเกิดอาการคันก็จะทำให้เกาบ่อยๆ ทำให้เสียบุคลิกภาพและอาจทำให้หนังศีรษะเป็นแผลจนเกิดการติดเชื้อได้ ส่วนเด็กที่ติดเหาหากไม่ได้รับการดูแลอาจส่งผลต่อพัฒนาการทำให้การเรียนมีปัญหาการเจริญเติบโตช้า และยังทำให้เด็กพักผ่อนไม่เพียงพอเพราะนอนหลับไม่สนิทเนื่องจากอาการคันที่เกิดจากการเป็นเหา วิธีกำจัดเหา การกำจัดเหาไม่ใช่เรื่องยาก หากหมั่นดูแลรักษาความสะอาดโดยเฉพาะเด็กๆ แต่การกำจัดให้หายขาดอาจเป็นเรื่องยาก เพราะติดกันได้ง่ายจากการใกล้ชิดและใช้สิ่งของบางอย่างร่วมกัน แต่การกำจัดไม่ให้มีเหาตัวเต็มวัยอยู่บนศีรษะเพื่อป้องกันไม่ให้มีไข่เหาก็ถือว่าเป็นการกำจัดเหาได้อย่างถูกวิธี สระผมเป็นประจำอย่างน้อยสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง เพราะในน้ำยาสระผมมีสารที่สามารถกำจัดเหาได้หลายชนิด หมั่นใช่หวีกำจัดเหา เช่น หวีเสนียดสางผมบ่อยๆ เพื่อกำจัดเหาตัวเต็มวัยให้หมดไป เป็นการป้องกันการวางไข่ของตัวเหา การใช้สมุนไพรกำจัดเหา เช่น ใช้ใบน้อยหน่าขยี้ให้ละเอียดแล้วนำไปหมักผมทิ้งไว้ 30 นาทีก่อนล้างออกแล้วสระทำความสะอาดตามปกติ ช่วยฆ่าเหาได้อย่างเห็นผล หรือจะใช้ผลมะกรูดขยี้ลงไปตามเส้นผมก่อนสระผมทุกครั้ง นอกจากช่วยกำจัดเหาได้แล้วยังทำให้เส้นผมนุ่มอีกด้วย หลีกเลี่ยงการใช้สิ่งของร่วมกัน เช่น หวี หมวก เป็นต้น การเป็นเหาไม่ได้ทำให้เกิดอันตรายร้ายแรงหรือเป็นปัญหาสุขภาพ …

อ่านต่อ »

ทําไมริมฝีปากดํา? สาเหตุและวิธีแก้ไขริมฝีปากดำคล้ำให้กลับมามีสีชมพู

ทําไมริมฝีปากดํา? สาเหตุและวิธีแก้ไขริมฝีปากดำคล้ำให้กลับมามีสีชมพู

ความงาม คือสิ่งที่มนุษย์ทุกๆคนพยามยามไขว่คว้าและสร้างขึ้นมาเพื่อให้เหมาะกับความสมบูรณ์แบบในอุดมคติของตัวเองให้มากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นในทางด้านร่างกายหรือจิตใจก็ตาม แต่สำหรับผู้หญิงแล้ว พวกเรามักจะลำเอียงความสมบูรณ์ดังกล่าวให้กับ ร่างกายมากกว่าจิตใจเสียมากหน่อย ในเมื่อเขากล่าวกันว่าใบหน้า คือส่วนที่สำคัญอย่างมากของร่างกายมันเปรียบได้เช่นกับบ้าน เพราะถ้าหากดวงตาคือหน้าต่างสู่จิตใจแล้วล่ะก็ ริมฝีปากของเราคือประตูที่ชักนำและส่งออกสิ่งที่ดีๆเข้าสู่เรา ถ้าหากว่าประตูนั่นมันดำและอัปลักษณ์แล้วล่ะก็ ตัวบ้านที่สวยงามก็จะสูญซึ่งความหมายไปเสียหมด ดังนั้นเพื่อความงามของ “ประตู”บนใบหน้าของเรา บทความนี้จะขอแนะนำเคล็ดลับในการทำให้ริมฝีปากของเราไม่ดำคล้ำกัน ก่อนที่เราจะว่าด้วยเรื่องของการแก้ไข เรามาดูกันก่อนดีกว่าว่าอะไรบ้างที่เป็นสาเหตุที่ทำให้ริมฝีปากของเราดำคล้ำกัน บุหรี่ การดูดริมฝีปาก เครื่องดื่มผสมกาเฟอีน แอลกอฮอลลล์ น้ำดื่มผสมคลอรีน การโดนแดดเผาหรือความชื้นในอากาศ เครื่องสำอางชั้นเลว การบริโภคอาหารที่เลวร้าย ภูมิแพ้ ฮอร์โมนไม่สมดุล ยาสีฟันผสมฟลูออไรด์เกินขนาด การขาดวิตามิน ความเครียด การทำคีโม การใช้ชีวิตที่ไม่ได้เรื่อง ฯลฯ จะเห็นได้ว่าตัวแปรในการทำให้ริมฝีปากของเราดำคล้ำอย่างน่ารังเกียจมีได้เยอะมาก แต่ทั้งหมดต่างมีสาเหตุร่วมกันนั่นคือ “การไม่เอาใจใส่ตัวเอง” หรือ “ขี้เกียจ” นั่นเอง ดังนั้นก่อนที่จะเริ่มต้นขั้นตอนในการฟื้นฟูตัวเองด้วยตัวเองของเรา สิ่งที่เราต้องทำอันดับแรกคือการ ปรับปรุงนิสัยและชีวิตของตัวเองเสียก่อนที่จะเริ่มต้นใช้วิธีการดูแลที่ เป็นธรรมชาติของเราด้วยผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติของเราอย่าง มะนาว เป็นต้น ในฐานะที่เป็นตัวฟอกขาวในธรรมชาติ มะนาวจะช่วยทำให้ผิวของเราขาวขึ้น โดยน้ำมะนาวสดๆ จะมีกรดที่ช่วยในการลอกหนังกำพร้าของเราออกไป ซึ่งจะทำให้ริมฝีปากของเรา ดูเนียนนุ่มและมีน้ำนวลมากขึ้น โดยเราสามารถที่จะนำ “ตัวช่วยอื่น” มาผสมกับน้ำมะนาวได้อย่างเช่นว่า มะนาวกับน้ำตาล: ให้หั่นมะนาวออกเป็นแว่นๆ แล้วเหยาะน้ำตาลลงไปแต่ละแว่นก่อนที่จะนำ แว่นมะนาวมาชะโลมริมฝีปากทุกๆวันจนกว่าจะเห็นผล น้ำมะนาว,กลีเซอรีนและน้ำผึ้ง: ผสมส่วนผสมทั้งหมดอย่างละครึ่งช้อนชาเข้าด้วยกันในชามที่เตรียมไว้ …

อ่านต่อ »

อาการและวิธีรักษาเมื่อโดนตะขาบกัด ทำอย่างไรให้หายปวด

อาการและวิธีรักษาเมื่อโดนตะขาบกัด ทำอย่างไรให้หายปวด

เรื่องมันเริ่มขึ้นจากความซวยชนิดหาที่เปรียบไม่ได้ของผมเองนั่นแหละ วันนั้นเป็นวันที่อากาศเย็นสบายพื้นดินกำลังนุ่มและเย็นสบาย ผมตัดสินใจที่จะลงไปดูไก่ในเล้าใต้ถุนบ้านสักหน่อย ระหว่างที่กำลังเดินไปเดินมาหาไก่ผมรู้สึกถึงความเจ็บปวดแล่นแปล็บจากฝ่าเท้า พอยกขึ้นมาดูล่ะ โอ้เจ้าประคุณเอ๋ย! ตะขาบตัวเกือบเท่าฝ่าเท้ากำลังดิ้นไปมาเหมือนไส้เดือน เพียงแค่ว่าไส้เดือนตัวนี้มีขายุบยั่บและตัวเป็นปล้องแข็งนั่นแหละ แล้วตอนนี้มันเพิ่งจะกัดผมสดๆร้อนๆไปเองด้วย ผมไม่เคยถูกตะขาบกัดมาก่อนในชีวิตและไม่เคยหวังที่จะถูกด้วย แต่ในเมื่อตอนนี้ความซวยเข้ามาเยือนถึงฝ่าเท้าของผมแล้ว และดูท่าว่ามันกำลังจะเริ่มคืบคลานขึ้นไปเรื่อยๆบนขาข้างที่ถูกกัด ผมกัดฟันลากขาที่กำลังเริ่มปวดหนึบๆขึ้นไปบนบ้านเพื่อที่จะหาทางรักษาตัวเอง เมื่อถึงบนพื้นบ้านและรู้สึกว่าปลอดภัยดีแล้ว ผมจึงเริ่มตรวจตราแผลของผมดู พบว่ามีอาการดังนี้ มีรอยกัดสองรอยอยู่ตรงฝ่าเท้าของผม และตอนนี้มันกำลังเริ่มบวมเป่งและเจ็บอย่าบอกใครแล้วด้วย นอกเหนือไปจากอาการบวมอย่างน่าตกใจนั่นแล้ว ผมเริ่มรู้สึกวิงเวียนศรีษะนิดหน่อย หวั่นๆอยู่เหมือนกันว่าจะมีอาการแพ้ตะขาบหรือเปล่า ผมเคยอ่านมา เขาบอกว่าอาการที่เกิดขึ้นจากผู้ที่ถูกกัดมีได้หลากหลายมาก นอกเหนือไปจากอาการ “พื้นๆ” ที่ผมมีแล้ว ผู้ที่ถูกกัดสามารถที่จะมีอาการแบบลมพิษ (แสดงว่าอาจแพ้พิษของแมลงนั้นๆ) ผื่นไปทั้งตัว หรือในบางรายที่มีอาการรุนแรง จะมีไข้ ปวดศีรษะ คลื่นไส้ ใจสั่น และบริเวณแผลที่ถูกกัดเน่า ตอนนี้แผลของผมเริ่มคันแล้ว ศูนย์อนามัยที่ใกล้ที่สุดกับบ้านของผม ใช้เวลาเดินเท้าร่วม 20 นาทีได้ วิธีการที่ดีที่สุดที่ผมจะทำในตอนนี้ได้คือ ต้องหาทางเยียวยาแผลด้วยตัวเองก่อน ผมเริ่มคิดถึง การปฐมพยาบาลขั้นพื้นฐานเมื่อถูกแมลงกัดต่อย แล้วผมก็เริ่มจัดการกับตัวเองด้วยวิธีรักษาตะขาบกัด ดังนี้ พยายามห้อยส่วนบริเวณที่ถูกกัดให้อยู่ระดับต่ำ หรือใช้สายรัดเหนือรอยแผล เพื่อกันพิษของตะขาบกระจายเข้าสู่ร่างกาย จัดการล้างแผลในบริเวณที่โดนกัด (ซึ่งตอนนี้กำลังเริ่มกลายเป็นสีม่วงแล้ว) ด้วยน้ำเปล่ากับสบู่ จากความรู้ขั้นพื้นฐานของผมคือไม่ควรที่จะใช้แอกอลฮอล์ โปะเข้าไปโดยตรงเพราะมันสามารถที่จะทำปฏิกริยาที่ก่อให้เกิดผลลัพธ์ที่แย่กว่าเดิมได้ (นี่คือแผลแมลงกัด ไม่ใช่แผลที่เกิดจากการบาดเจ็บทั่วๆไป) เอาน้ำแข็งที่แช่เอาไว้ในนั้นมาห่อผ้าและโปะลงไปบนแผลของผม แล้วกดค้างเอาไว้สัก 10นาทีได้ ก่อนที่จะเอาน้ำแข็งออกอีก …

อ่านต่อ »