หน้าแรก » ร่างกายของเรา » งูสวัดเกิดจากสาเหตุอะไร ติดต่อทางไหน แนวทางการรักษา

งูสวัดเกิดจากสาเหตุอะไร ติดต่อทางไหน แนวทางการรักษา

งูสวัดเกิดจากสาเหตุอะไร ติดต่อทางไหน แนวทางการรักษา

โรคงูสวัด เป็นโรคผิวหนังชนิดหนึ่งที่พบเห็นได้บ่อยในประเทศไทย ซึ่งโรคนี้นั้นเกิดจากเชื้อไวรัสชนิดหนึ่งที่เรียกว่า วาริเซลล่า ซอสเตอร์ ไวรัส เป็นไวรัสตัวเดียวกับที่ทำให้เกิดโรคอีสุกอีใสนั่นแหละ ดังนั้นอาการของงูสวัดจึงคล้ายกับอาการของโรคอีสุกอีใสมากเลยทีเดียว คือมีตุ่มใสๆ มีหนองข้างในขึ้นทั่วบริเวณร่างกาย แต่ความแตกต่างนั้นอยู่ที่ การที่เราจะเป็นโรคงูสวัดได้นั้น ต้องผ่านการเป็นโรคอีสุกอีใสมาก่อน สำหรับอาการของโรคงูสวัดนั้นเป็นอย่างไร เรามาดูกันค่ะ

1. อย่างที่บอกว่าเมื่อเราได้รับเชื้อ วาริเซลล่า ซอสเตอร์ ไวรัส (Varicella Zoster Virus) เข้ามาสู่ร่างกายครั้งแรกนั้น มักจะทำให้เกิดอาการตัวร้อน มีผื่นและตุ่มหนองขึ้นทั่วร่างกาย ซึ่งก็คือโรคอีสุกอีใสนั่นเอง และเมื่อหายจากโรคนี้แล้วเราจะไม่เป็นโรคอีสุกอีใสนี้อีกเลยตลอดชีวิต แต่จะเป็นโรคงูสวัดแทน เพราะเชื้อไวรัสต้นเหตุนั้น แท้จริงแล้วไม่ได้ถูกกำจัดออกไปจากร่างกายของเรา แต่หลบมุมอยู่ภายในระบบประสาท และไม่สามารถออกฤทธิ์ได้หากภูมิคุ้มกันของเรายังแข็งแรง ดังนั้นหนึ่งในวิธีป้องกันโรคงูสวัดที่ได้ผลดีที่สุดคือการรักษาสุขภาพร่างกายให้แข็งแรงเอาไว้อยู่ตลอดเวลานั่นเองค่ะ

2. เริ่มแรกนั้นผู้ป่วยจะมีอาการปวดแสบปวดร้อนโดยหาสาเหตุไม่ได้ เนื่องจากไวรัส วาริเซลล่า ซอสเตอร์ ไวรัสที่ซ่อนตัวอยู่ในระบบประสาทนี้ สามารถเพิ่มจำนวนขึ้นมาได้จนเกิดเป็นอาการติดเชื้อ ทำให้เส้นประสารทเกิดการแสบร้อนหรือปวดจี๊ดๆ

3. หลังจากเกิดอาการปวดแสบมาได้ประมาณ 2-3 วัน ผู้ป่วยจะเริ่มมีอาการ ออกผื่นสีแดง และมีน้ำอยู่ข้างใน เรียงกันตามแนวเส้นประสาททั่วร่างกาย ด้วยเหตุนี้เองจึงเป็นที่มาของชื่อโรคงูสวัด เพราะมันมีลักษณะยาวคล้ายงู ส่วนใหญ่มักจะปรากฏตามแขน ขา หรือเอว ซึ่งเมื่อเกิดเป็นตุ่มหนองแล้ว มักจะแตกออกและตกสะเก็ดหายไปได้ในเวลาประมาณ 2 สัปดาห์

4. เมื่ออาการภายนอกหายหมดแล้ว ผู้ป่วยบางคนอาจจะยังรู้สึกแสบร้อนภายในกล้ามเนื้ออยู่ ซึ่งก็แล้วแต่คน ทั้งนี้เพราะเจ้าไวรัสนั้นไม่ได้ถูกกำจัดออกไปจากร่างกายนั่นเอง แต่มันถูกสะกดไว้ด้วยภูมิคุ้มกัน ทำให้ไม่ปรากฏอาการขึ้นมาอีกนั่นเอง

งูสวัดติดต่อทางไหน? การติดต่อของโรคงูสวัด สามารถติดต่อได้โดยการสัมผัส โดยในผู้ที่ยังไม่เคยเป็นอีสุกอีใสจะทำให้เกิดอีสุกอีใส และหากเคยเป็นอีสุกอีใสแล้วก็จะทำให้โอกาสที่จะเป็นโรคงูสวัดเพิ่มมากขึ้น

สำหรับการรักษาโรคงูสวัดนี้ปัจจุบันมียาที่ชื่อว่า อะไซโคลเวียร์ (Aciclovir) ซึ่งมีทั้งแบบวัคซีนและแบบรับประทานโดยเจ้ายาตัวนี้จะมีฤทธิ์ยับยั้งเชื้อ วาริเซลล่า ซอสเตอร์ไวรัส ไม่ให้เพิ่มจำนวนมากขึ้นจนถึงระดับที่เป็นอันตรายต่อร่างกาย แต่ผู้ป่วยที่จะรับประทานยานี้หรือฉีดยานี้เข้าสู่เส้นเลือดนั้น ควรได้รับคำสั่งจากหมอก่อน ดังนั้นเมื่อเกิดเป็นโรคงูสวัดขึ้น อันดับแรกที่ควรทำคือ ไปพบแพทย์เพื่อขอคำแนะนำนั่นเองค่ะ

ขอขอบคุณภาพประกอบจาก commons.wikimedia.org

ติดตามเกร็ดความรู้ใหม่ๆ เรื่องน่ารู้รอบโลก บน Facebook คลิกที่นี่!!
เกร็ดความรู้.com มี LINE แล้วนะ
ติดตามเรื่องราวน่ารู้ สดใหม่ทุกวันผ่าน LINE ID @yip7695q
เพิ่มเพื่อน

สาระน่ารู้

foot-care-01

8 ขั้นตอน วิธีรักษาและปฐมพยาบาลอาการข้อเท้าพลิก ข้อเท้าแพลงในเบื้องต้น

อาการข้อเท้าพลิก ข้อเท้าแพลงนั้น ส่วนใหญ่มักจะเกิดขึ้นจากอุบัติเหตุ โดยเฉพาะในระหว่างการเดินหรือวิ่งในพื้นผิวที่ไม่ราบเรียบ และเมื่อเกิดข้อเท้าพลิกขึ้นมาแล้วนั้น อาจส่งผลเสียต่ออวัยวะส่วนนั้น เช่น กระดูกอ่อน หรือเส้นเอ็นได้ไม่ยาก หากไม่รู้จักวิธีรักษาพยาบาลที่ถูกหลัก ดังนั้นวันนี้เราจะมาแนะนำถึงวิธีการปฐมพยาบาลเบื้องต้นกับผู้ป่วยที่มีอาการข้อเท้าพลิก ก่อนนำส่งถึงมือหมอกันครับ 1. อย่างแรกเลยห้ามให้ผู้ป่วยเคลื่อนไหวบริเวณที่เกิดการพลิกโดยเด็ดขาดเพราะ อาจมีส่วนของกระดูกแตกเกิดขึ้นได้ …

ขอเสียงคนรักการอ่านหน่อยจ้า รอโหลดคอมเม้นต์ด้านล่าง แล้วร่วมแสดงความคิดเห็นกับเพื่อนๆได้เลย!